อนุวัสส์ ศิวราศักดิ์
เกษม ชนาธินาถ
เรื่อง/ภาพ
เรื่องราวความขัดแย้งระหว่างสถาบันการศึกษา นอกจากเป็นปัญหาที่ยังแก้กันไม่ตกแล้ว นับวันยังจะยิ่งเพิ่มดีกรีความรุนแรงมากขึ้น
ด้วยค่านิยมผิดๆ ที่ถูกปลูกฝังกันมา ต้องการการยอมรับในกลุ่มเพื่อน ต้องการขึ้นเป็นผู้นำกลุ่ม แต่กลับใช้วิธีการที่ สังคมไม่มีทางยอมรับ สุดท้ายแล้วจึงมี แต่เสียกับเสีย
เช่นเหตุการณ์เมื่อกลางดึกวันที่ 15 ก.พ. ร.ต.อ.อำนาจ ตะเคียนราช รองสว.สอบสวน สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุ มีชายถูกมีดฟันคอเสียชีวิต ที่ปากซอยหนามแดง-บางพลี 21 (ซอยบุญประชา) หมู่ 3 ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.มาโนช สุภาพพูล พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รองผบก. พ.ต.อ. พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.บางแก้ว พ.ต.ท.อภิศักดิ์ โชติกเสถียร รองผกก.ป. ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และแพทย์เวร ร.พ.บางพลี

ที่เกิดเหตุริมถนนหลังวัดหนามแดง เจ้าหน้าที่พบศพนายรชต พิลาหลวง อายุ 15 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60/561 หมู่ 11 ต.บางเมืองใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ สภาพศพถูกมีดฟันเข้าที่คอด้านขวาลึกถึงหลอดลม ใส่เสื้อปักโลโก้ ร.ร.เทพศิรินทร์สมุทรปราการ ที่อกด้านซ้าย สวมทับด้วยเสื้อคลุมสีดำ สวมกางเกงยีนส์ขายาว
ใกล้กันพบรถจยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 สีดำ ทะเบียน 7 กบ 7574 กรุงเทพฯ จอดอยู่ มีรอยเลือดตรงป้ายทะเบียน และรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 สีน้ำเงิน ทะเบียน 6 กษ 5048 กรุงเทพฯ นอกจากนี้ตำรวจยังพบมีดอีก 1 เล่ม ตกอยู่ใกล้ศพคนตายจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบปากคำเพื่อนผู้ตายให้การเบื้องต้นว่า เรียนอยู่ชั้น ม.3 โรงเรียนเทพศิรินทร์ สมุทรปราการ โดยพวกตนและผู้ตายเรียนอยู่ที่เดียวกัน กำลังขี่จยย.มุ่งหน้ากลับบ้านพักย่านบางเมืองหลังจากไปกินเลี้ยงงานวันเกิดเพื่อนและเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันสถาปนาโรงเรียน ที่บ้านเพื่อนในหมู่บ้านเฟื่องฟ้า 11 ซอยมังกร


โดยพวกตนขี่จยย.ซ้อน 3 กันมา 2 คัน จึงหลบด่านตรวจขับมาถนนเส้นนี้ ซึ่งตนนั่งอยู่คันแรกขับนำหน้า และผู้ตายนั่งซ้อนหลังคันที่ 2 โดยขับขี่มาไม่เร็ว เมื่อมาถึงหลังวัดหนามแดง ก็ได้ยินผู้ตายตะโกนขึ้นว่า ถูกฟัน เมื่อตนหันกลับไปดูก็เห็นคนร้าย 2 คนนั่งซ้อนจยย.ฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 จำสีกับแผ่นป้ายทะเบียนไม่ได้ ขับตามหลังมาก่อนเร่งเครื่องแซงหน้าขึ้นไป และคนซ้อนท้ายถือมีด
ระหว่างนั้นไม่ได้หยุดรถแต่ผู้ตายจะตกจากรถ จึงประคองลงมาวางกับพื้นถนน และโทร.แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วย โดยก่อนหน้านี้พวกตนก็ไม่เคยมีเรื่องกับใคร
พ.ต.อ.พิสุทธิ์กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่า ยังมีผู้บาดเจ็บจากการถูกมีด ฟันอีก 3 รายโดยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่ง ร.พ.สมุทรปราการ 2 ราย เป็นเด็กชายอายุ 14 ปี และ 15 ปี มีบาดแผลถูกฟันเข้าที่ศีรษะ หลัง ขาและข้อเท้า ส่วนอีก 1 ราย เป็นชาย อายุประมาณ 25 ปี ถูกนำส่งรักษา ที่ร.พ.บางนา 5 แต่ยังไม่ทราบว่ามีบาดแผลบริเวณใด
ตอนนี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปสอบปากคำทั้ง 3 รายแล้ว ว่าจะเป็นเหตุจากคนร้าย รายเดียวกันหรือไม่ ตอนนี้ให้ชุดสืบสวนออกตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ทั้งก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ เพื่อติดตามคนร้ายว่ามุ่งหน้าหนีไปตามทิศทางใด ส่วนสาเหตุก็ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดจากเรื่องใด
ภายหลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร.และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้าคดี ก่อนมีข้อสรุปว่าคนร้ายเลือกลงมือกับเด็กนักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์ฯ จึงน่าจะเป็นความขัดแย้งระหว่างเด็ก 2 โรงเรียน เนื่องจากพบว่ามีการพ่นสีโลโก้สถาบันทับกัน จึงอาจเป็นชนวนที่ทำให้เกิดความขัดแย้งปะทุขึ้น
ซึ่งจุดแรกเป็นจุดที่คนร้ายใช้อาวุธ มีดฟันเข้าที่ลำคอด้านขวาของ นายรชต พิลาหลวง อายุ 15 ปี ผู้ตาย จุดที่ 2 เป็นจุดที่ผู้ตายหล่นลงจากรถ ซึ่งมีผู้อยู่ในเหตุการณ์ประมาณ 6 คน และจุดที่ 3 เป็นจุดที่เพื่อนของผู้ตายอีก 2 คน ได้ขับรถนำหน้าไปก่อน 1 คัน และพบกับกลุ่มคู่อริที่ดักอยู่กลางถนน
หลังจากนั้นทางกลุ่มผู้เสียหายจึงได้พยายามขับรถหลบหนีแต่หลบหนีไม่ทัน เนื่องจากว่ามีรถสวนทางมาเป็นเหตุให้ ประสบอุบัติเหตุและล้มลงที่พื้น คู่อริจึงวิ่งเข้ามารุมทำร้าย และใช้อาวุธมีดฟันเข้าที่ศีรษะแขนและขาของผู้เสียหายทั้ง 2 คนจนได้รับบาดเจ็บ

เมื่อตำรวจจับจุดได้ว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างโรงเรียน ชุดสืบสวนสอบคลำไม่นานก็ทราบตัวผู้ต้องสงสัย ก่อนที่นายโม (นามสมมติ) อายุ 17 ปี น.ร.ชั้นม.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ มือมีดก็เข้ามอบตัวที่ สภ.เมืองนครราชสีมา โดยมี พ.ต.อ.สันติ เหล่าประทาย รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ร่วมสอบปากคำพร้อมประสานตำรวจ สภ.บางแก้ว เดินทางมารับตัว ก่อนขยายผลจับกุมตัวเพื่อนอีกรายที่เป็นผู้ขี่รถจยย.
ส่วนคดีทำร้ายร่างกาย ชุดสืบสวนทราบตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 6 คนแล้วเป็นเยาวชนอายุระหว่าง 14-16 ปี ทั้งหมดเป็นเด็กโรงเรียนเดียวกัน ซึ่งขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกทั้ง 6 คน ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว โดยได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันพยายามฆ่า”
ฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต อีกฝ่ายเสียอนาคต ไม่เห็นว่าจะมีใครได้อะไรจากเหตุการณ์ครั้งนี้เลย