พิรยุทธ นิมนนท์

สราวุฒิ ศรีเพ็ชรสัย

เรื่อง/ภาพ

วัยรุ่นเลือดร้อน วัยที่มีพลังเหลือเฟือ หากใช้อย่างสร้างสรรค์ก็จะเป็นประโยชน์กับตนเองและคนรอบข้าง แต่หากใช้ไปเป็น พลังในการทำลาย นอกจากจะสร้างความ เดือดร้อนให้ตนเองแล้ว ญาติพี่น้องก็พลอยต้องมานั่งเสียใจไปด้วย

ดั่งเช่นเหตุการณ์คนร้ายรัวยิงดับ 2 ศพเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา

วันเวลาดังกล่าว ร.ต.อ.อนุชิต ชาติชูเหลี่ยม รอง สว.(สอบสวน) สน.ทุ่งสองห้อง รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงด้วยอาวุธปืนได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายราย ภายในซอยแจ้งวัฒนะ ซอย 5 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุอยู่กลางซอยบริเวณหน้าร้านก๋วยเตี๋ยว พบ นายนรินทร์ ศรีวารีรัตน์ หรือ ออฟ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65/95 ซอยรามอินทรา 14 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. มีแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ท้อง 2 นัด กระสุนฝังในได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนหมดสติอยู่ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ชีพ ร.พ.ภูมิพลอดุลยเดช จึงรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน

ใกล้กันพบผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย ทราบชื่อคือ นายณัฐพงศ์ สง่าวงศ์ หรือ ป้อม อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/5 ซอยแจ้งวัฒนะ 5 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ท้องและราวนม รวม 3 แผล นอนจมกองเลือดอาการสาหัสหนัก เจ้าหน้าที่ช่วยกันปั๊มหัวใจก่อนนำส่งโรงพยาบาล แต่ทั้งคู่เสียชีวิตจากบาดแผลฉกรรจ์ในเวลาต่อมา

นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุภายในร้านก๋วยเตี๋ยวพบขวดเหล้าเปิดแล้ว และแก้วเหล้ากว่า 10 ใบ ขณะเดียวกันตรวจสอบในที่เกิดเหตุไม่พบปลอกกระสุนแต่อย่างใด คาดคนร้ายอาจใช้ปืนลูกโม่ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมรายละเอียดที่พบไว้เป็นหลักฐานเพื่อติดตามตัวคนร้าย

จากการสอบสวน นายศักดิ์ชัย นาคกระแชง อายุ 22 ปี เพื่อนผู้ตาย กล่าวว่า ตนกับ ผู้ตายเพิ่งกลับมาจากงานเลี้ยงฉลองบวชพระใหม่ภายในลานกิจกรรม สำนักงานเขตหลักสี่ ก่อนจะซื้อเหล้ามานั่งดื่มกินกันต่อกับเพื่อนในกลุ่มประมาณ 10 คน

กระทั่งมีกลุ่มผู้ก่อเหตุพบตอนที่ไปร่วมงานบวชด้วย ขี่รถ จยย.ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนมา 3 คัน ซ้อนท้ายกันมาประมาณ 6 คน มาจอดบริเวณหน้าร้าน ก่อนที่นายปิ๋ว (ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง) ลงมาจากรถ แล้วควักปืนที่เหน็บอยู่ที่เอวชี้ไปที่กลุ่มของตน แล้วตะโกนว่า “ใครชื่อดำ ไอ้ดำอยู่ไหน”

พอสิ้นเสียงนายนรินทร์ก็ลุกขึ้นไปกระโดดกอดมือปืนและมีการ กอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน แต่นายนรินทร์เสียหลักล้มลงจึงถูกมือปืนยิงไป 3 นัด นอนนิ่งคาพื้น จากนั้นนายปิ๋วได้หันปืนมาทางนายณัฐพงศ์ เจ้าตัวจึงกระโดดเข้าไปเพื่อจะแย่งปืน เป็นจังหวะที่มือปืนลั่นไกสวนมาพอดี ลูกกระสุนถูกเข้าเต็มๆ ที่ท้อง 2 นัดจนล้มลง หลังจากนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

เบื้องต้นทราบว่ากลุ่มของผู้ตายซึ่งเป็นเด็กซอยแจ้งวัฒนะ 5 และ ผู้ก่อเหตุเป็นเด็กซอยแจ้งวัฒนะ 8 ทั้ง 2 กลุ่มไม่ค่อยถูกกันและเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน กระทั่งมาเจอกันภายในงานบวชพระใหม่ ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มบังเอิญเป็นเพื่อนของพระใหม่

เมื่อโคจรมาเจอกันในงาน แม้จะแยกนั่งกันคนละมุมห่างกันพอสมควร แต่ก็ยังไม่วายเกิดเขม่นกัน ถึงขั้นลุกฮือจะชกต่อยกัน แต่มีคนเข้าไปห้ามปรามแล้วแยกย้ายกันออกจากงานเสียก่อน กลุ่มของ ผู้ตายจึงมานั่งดื่มเหล้ากันต่อ ก่อนถูกกลุ่มคนร้ายตามมาก่อเหตุสยองดังกล่าว

คดีนี้ไม่ยากเพราะเป็นเด็กในพื้นที่ ตร.ลงพื้นที่กดดันไม่นาน 2 ใน 6 ผู้ก่อเหตุก็เข้ามอบตัวแต่โดยดี

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 1 มี.ค. ที่ บช.น. พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. พร้อม พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 พ.ต.ท.กฤษณ์พนธ์ เพ็ชรสดศิลป รอง ผกก.สส.สน.ทุ่งสองห้อง แถลงผลการจับกุม นายสุกวี ชูเสนาะ หรือ ปิ๋ว อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 700/1 ถ.พหลโยธิน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เป็นพลทหารกองประจำการทหารอากาศ และ นายชยางกูร สาคร หรือ เก็จ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111/247 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

ทั้งคู่ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ฮอนด้า คลิก สีขาว ทะเบียน 6 กล 7635 กรุงเทพมหานคร และรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า เอ็นแม็กซ์ สีเทา ทะเบียน 6 กด 5645 กรุงเทพมหานคร

พ.ต.ท.กฤษณ์พนธ์เปิดเผยว่า นายชยางกูร เป็นคนลงไปชกต่อยหนึ่งในกลุ่มผู้ตาย ต่อมาผู้ตายทั้ง 2 จะลุกขึ้นมาช่วย นายสุกวีจึงใช้อาวุธปืนที่พกมายิงทั้ง 2 คนจนเสียชีวิตก่อนแยกย้ายกันหลบหนี

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ และออกติดตามกดดันอย่างต่อเนื่อง ต่อมาญาติผู้ต้องหาทั้งคู่ประสานตำรวจขอพาเข้ามอบตัว ซึ่งนายชยางกูรเข้ามอบตัววันที่ 26 ก.พ. ส่วนนายสุกวีเข้ามอบตัววันที่ 27 ก.พ.

จากการสอบสวนนายชยางกูรสารภาพว่าเป็นผู้ลงไปต่อยเท่านั้นไม่ได้ลงมือยิง ไม่ทราบว่าใครพกปืนไปก่อเหตุ ส่วนนาย สุกวีให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เบื้องต้นแจ้งข้อหาตามข้างต้น พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ที่ร่วมก่อเหตุอีก 4 คนมาดำเนิน คดีต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน