สุรชัย พิรักษา
เรืองรุจ วังแจ่ม
เรื่อง/ภาพ
แม้แต่ยามสงคราม กฎกติกาก็ยังกำหนดไว้ ไม่ให้ทำอันตรายแก่บุคลากรทางการแพทย์
เมื่อมีเหตุการณ์คนร้ายบุกเข้าไปจี้ทำร้ายพยาบาลสาวถึงในโรงพยาบาล จึงเป็นเรื่องใหญ่ที่เจ้าหน้าที่ให้ความสนใจ ระดมกำลังติดตามจับกุม
ย้อนไปเมื่อกลางดึกวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายเป็นชายบุกเข้าไปในหอพักพยาบาล ซึ่งอยู่ภายใน โรงพยาบาลนางรอง แล้วใช้มีดจี้ขู่บังคับพยาบาลสาวคาดว่าต้องการขืนใจและชิงทรัพย์ แต่เกิดการต่อสู้ทำให้พยาบาลสาวผู้เสียหายถูกมีดเฉือนที่บริเวณนิ้วมือจนเกือบขาด
หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมพ.ต.อ.สมภพ สังข์กรทอง ผกก.สภ.นางรอง พ.ต.ท.อนิรุทธิ์ ผดุงดี สว.สอบสวน ร.ต.อ.บัณฑิต อาจล้อม รอง สว.(ปราบปราม) เจ้าหน้าที่สายตรวจชุด 191 และ ชุดสืบสวน สภ.นางรอง
ที่เกิดเหตุเป็นหอพักของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนางรอง ตึกที่ 3 อาคารสูง 4 ชั้น ด้านทิศตะวันออก บริเวณชั้นล่าง ห้องพักหมายเลข 3104 พบข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนห้อง มีรอยเท้าที่บริเวณห้องน้ำ มีดปลายแหลมที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ และยาสูบของคนร้ายตกอยู่บนที่นอน แต่ไม่พบตัวผู้ก่อเหตุดังกล่าว

ขณะที่น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 24 ปี พยาบาลวิชาชีพ แผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลนางรอง ผู้เสียหาย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้ไปทำธุระข้างนอก ขณะกลับเข้ามาในห้องพักพบว่าไฟในห้องดับทั้งหมด จึงเดินไปตามช่างซ่อมบำรุงให้มาซ่อมให้จนใช้งานได้ปกติ
ผ่านไปสักพักไฟเกิดดับอีก ตนจึงเดินไปตามช่างอีกรอบ แต่ครั้งนี้เดินกลับเข้าห้องมีคนร้ายเป็นชายใช้กำลังเข้าล็อกตัวแล้วใช้มีดปลายแหลมที่เตรียมมาจี้ที่ลำคอ พร้อมกับขู่ว่าให้เงียบอย่าส่งเสียงดังถ้าไม่อยากโดนทำร้าย แล้วบังคับให้เดินเข้าไปที่ห้องด้านใน
น.ส.บีเล่าต่อว่า จังหวะนั้นตนจึงตัดสินใจฮึดสู้ขัดขืนโดยใช้มือ กำมีดที่คนร้ายจี้และผลักตัวเองออก ทำให้มีดบาดเข้าที่นิ้วกลาง ด้านซ้ายจนเอ็นขาด เมื่อคนร้ายเห็นตนต่อสู้สุดฤทธิ์จึงหลบหนีไป โดยทิ้งมีดและทำซองยาสูบตกทิ้งไว้เป็นหลักฐาน
หลังคนร้ายหนีไปตนจึงรีบไปแจ้งเจ้าหน้าที่ภายในโรงพยาบาลเพื่อประสานตำรวจมายังที่เกิดเหตุ ก่อนที่เพื่อนพยาบาลจะพาไปทำแผล
พ.ต.อ.สมภพขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุ พบว่าเมื่อเวลา 22.22 น. ของวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา พบภาพคนร้ายปีนกำแพงจากด้านหลังโรงพยาบาลเข้ามา แล้วเดินไปที่ตึก ก่อนจะเข้าไปขโมยเสื้อคลุมของเจ้าหน้าที่ภายในโรงพยาบาล แล้วเดินเข้าไปก่อเหตุดังกล่าวก่อนจะวิ่งมาปีนกำแพงหลบหนีออกไป
นอกจากนี้ตำรวจยังพบเสื้อยืดสีขาวทิ้งหลังตู้ยาม และเสื้อคลุม แขนยาวที่คนร้ายหยิบสวมในห้องเกิดเหตุ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าคนร้ายได้ย้อนกลับมาเอารถมอเตอร์ไซค์ที่โรงพยาบาลอีกครั้งในคืนเดียวกัน
ตำรวจระดมนำภาพจากกล้องวงจรปิดไล่ตรวจหาชายต้องสงสัย ที่ตรงกับภาพ เรียกว่าเจอใครมีลักษณะคล้ายเป็นต้องเข้าไปตรวจสอบ หากเข้าข่ายก็เชิญมาสอบสวน แต่ก็ยังไม่พบตัวคนร้าย
ตามหากันอยู่ตั้งนานสองนาน บทจะปิดคดีได้ก็เดินมาให้จับซะงั้น
เมื่อวันที่ 1 มี.ค.จู่ๆ คนร้ายก็เดินมาให้จับกุมเองซะงั้น โดยใน วันดังกล่าว น.ส.บี เหยื่อสาวซึ่งกลับมาทำงานได้แล้ว สังเกตเห็น มีผู้ป่วยมารักษาที่ร.พ.ด้วยอาการกระดูกขาร้าว แขนมีร่องรอยขีดข่วน แต่ที่สะดุดตาคือรองเท้า แว่นตา ทรงผมของผู้ป่วย มีลักษณะใกล้เคียงกับรูปภาพของผู้ต้องสงสัย ที่กล้องวงจรปิดหน้าร.พ.จับภาพไว้ได้ และได้ส่งต่อๆ กันในกลุ่มเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ตรวจสอบว่าเป็นผู้ต้องสงสัยหรือไม่
ชุดสืบสวนรีบรุดไปตรวจสอบทันที ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง เพราะพบว่าเป็นคนเดียวกันกับคนร้ายจริงๆ จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่โรงพัก หลังจากให้หมอตรวจรักษาเรียบร้อยแล้ว

เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่าชื่อนายพิสุทธิ์ศักดิ์ สุขรัตน์ อายุ 31 ปี เป็นชาว อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร โดยรับว่าเป็นผู้บุกรุกเข้าไปในหอพักพยาบาลวันเกิดเหตุจริง ตนเองเป็นคน จ.กำแพงเพชร มาอยู่ที่บ้านภรรยาที่ อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ มีปัญหาการเงินจึงคิดจะไปขโมทรัพย์สินมีค่าในหอพักพยาบาล เพราะเห็นว่าเงียบไม่มีคนพลุกพล่าน ไม่ได้หวังจะขืนใจ
หลังจากก่อเหตุกลับบ้านมีอาการปวดขา เนื่องจากกระโดดลงจากกำแพง ภรรยาซึ่งไม่รู้ว่าตนไปก่อเหตุมาจึงบังคับให้มาพบแพทย์ที่ร.พ.นางรอง โดยโกหกว่ารถล้มทับขามา 2 วันแล้ว ซึ่งก็ไม่รู้ตัวว่าตนกำลังถูกสงสัย วันนี้ก็เลยใส่รองเท้า แว่นตา ที่ใช้ในวันก่อเหตุมาจนเจ้าทุกข์จดจำได้
ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืนสถานที่ราชการ โดยมีอาวุธมีด กระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพทางร่างกาย และทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส” และนำผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังที่เกิดเหตุต่อไป