อดิษัยต์ พรวนพิมพ์

สมศักดิ์ ชฎารัตน์

เรื่อง/ภาพ

ธรรมชาติของคนย่อมต้องพบทั้งความสมหวังและผิดหวัง ต่างคนก็ต่างมีวิธีรับมือกับความผิดหวังที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะความผิดหวังจากเรื่องของความรัก หลายคนตัดสินใจทำสิ่งที่เลวร้ายลงไป จนทั้งตัวเองและคนรอบข้างต้องพบกับความสูญเสีย

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 มี.ค. ร.ต.อ.รณชัย จันทร์สูงเนิน รอง สว. สอบสวน สน.ภาษีเจริญ รับแจ้งเหตุยิงกันตายในโรงงานบริษัท เซ็นเตอร์ รับเบอร์ จำกัด เลขที่ 670 ซอยเพชรเกษม 48 แยก 4-7 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ

จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ญาณพงศ์ โสมาภา รอง ผบก.น.9 พ.ต.ท.ศยาม อินทร์สุวรรณโณ รอง ผกก.ป. สน.ภาษีเจริญ พ.ต.ท.คงศักดิ์ ปานน้อย รอง ผกก.สส. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน แพทย์นิติเวช ร.พ.ศิริราช และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นโรงงานผลิตท่อยาง และอุปกรณ์เกี่ยวกับเครื่องใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณโกดังชั้นเดียว ที่แบ่งพื้นที่ไว้ใช้สำหรับเป็นที่พักคนงาน และส่วนการผลิตท่อยาง ข้อต่อ

บริเวณโต๊ะฝ่ายตัดแต่งสินค้า พบศพผู้เสียชีวิตหญิงและชายนอนทับกันจมกองเลือดอยู่ที่พื้น ศพแรกเป็นชายนอนทับอยู่ด้านบน สอบสวนทราบชื่อคือ นายบุญสม หรือ สม แฟสันเทียะ อายุ 42 ปี ชาว จ.นครราชสีมา

นายบุญสมเป็นช่างกลึงของโรงงานที่เกิดเหตุ มีบาดแผล ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด .38 เข้าขมับขวาฝังใน 1 นัด ที่มือขวายังกำอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 เอาไว้แน่น ขณะที่ ด้านล่างพบศพหญิงสาว ทราบชื่อคือนางสุมาลี หรือตู่ อัคฮวด อายุ 39 ปี ชาว จ.นครพนม พนักงานฝ่ายตัดแต่งสินค้า ถูกยิงด้วยกระสุนปืนชนิดเดียวกัน เข้าท้ายทอยทะลุลำคอ ด้านหน้า 1 นัด

จากการสอบสวนนางนวลจันทร์ พองนาที อายุ 25 ปี พนักงานฝ่ายตัดแต่งสินค้าผู้เห็นเหตุการณ์ ให้การว่า ผู้ตายทั้งสองคนเป็นพนักงานอาวุโสทำงานที่โรงงานแห่งนี้มาได้กว่า 10 ปีแล้ว โดยฝ่ายชายมีครอบครัวและมีลูกต้องดูแล 1 คน

ส่วนฝ่ายหญิงเป็นแม่ม่ายลูกติด 3 คน ตอนเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาประมาณ 08.00 น. ขณะที่พนักงานคนอื่นๆ กำลังทยอยกันเข้าทำงานตามหน้าที่ จู่ๆ นายบุญสมเดินเข้ามาที่โต๊ะฝ่ายตัดแต่งสินค้า โดยที่ไม่พูดพร่ำทำเพลงเจ้าตัวชักอาวุธปืนยิงใส่นางสุมาลี ต่อหน้าต่อตาเพื่อนคนงานประมาณ 5 คน

เมื่อนางสุมาลีล้มลง นายบุญสมก็คัดปลอกกระสุนเก่าออก จากนั้นบรรจุลูกกระสุนใหม่ ก่อนลั่นไกใส่ขมับตัวเอง ร่างล้มทับในลักษณะกอดกับนางสุมาลีสิ้นใจตายไปพร้อมๆ กัน

พ.ต.อ.ญาณพงศ์เปิดเผยว่า สอบสวนเจ้าของโรงงานยืนยัน ผู้ตายทั้งคู่เป็นพนักงานของบริษัทเดียวกันแต่อยู่คนละฝ่าย ส่วนสาเหตุคาดเป็นเรื่องชู้สาว เนื่องจากเพื่อนๆ คนงานรุ่นเก่าๆ จะทราบว่าทั้งสองคนมีความสนิทสนมกันมาก

แต่ระยะหลังฝ่ายหญิงกำลังจะขอตีตัวออกห่าง คาดเป็นสาเหตุทำให้เกิดเหตุสลดขึ้นดังกล่าว เบื้องต้นให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิ นำศพทั้งคู่ให้นิติเวช ร.พ.ศิริราช ผ่าชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง และจะติดต่อญาติพี่น้องของทั้งสองฝ่ายมารับศพไปบำเพ็ญกุศล

ย้อนไปดูอีกเหตุการณ์ เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 1 มี.ค. ร.ต.อ.วัลลภ อิสริยสกุลวงศ์ รอง สว.(สอบสวน) สน.พญาไท รับแจ้งเหตุหญิงถูกฆ่ารัดคอ ที่อาคารพาณิชย์ เลขที่ 9/24-25 ภายในห้องพักเลขที่ 504 ชั้น 5 ถนนเพชรบุรี ซอย 10 แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กทม.

จึงรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช ร.พ.รามาธิบดี และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 5 ชั้น ทำเป็นห้องแบ่งให้เช่า ภายในห้องดังกล่าวบนพื้นห้องข้างเตียงนอนพบศพ น.ส.สุดารัตน์ โชคลาภ อายุ 21 ปี ชาว จ.สกลนคร สภาพศพสวมเสื้อยืดคอปกสีดำ มีเสื้อแจ๊กเกตยีนส์ใส่ทับ กางเกงขายาวสีดำ นอนหงาย ที่ลำคอมีเนกไทสีดำลายส้มรัดไว้

บริเวณประตูห้องน้ำพบสายไฟมัดเป็นห่วงปมห้อยไว้ 1 เส้น โดยมี นายวันดี ยานิตย์ อายุ 23 ปี ชาว จ.สกลนคร ผู้ก่อเหตุ รอมอบตัวด้วยอาการเศร้าอยู่ในห้องเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบปากคำ

จากการสอบสวนนายวันดี รับสารภาพว่า มีอาชีพเป็น รปภ.อยู่ที่ห้างแห่งหนึ่งย่านปทุมวัน ส่วนน.ส.สุดารัตน์เป็นแฟนของตน เป็นพนักงานร้านอาหารในห้างเดียวกัน มีลูกสาววัย 6 ขวบ 1 คน

นายวันดีเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุสลดว่า ก่อนหน้านี้มีปากเสียงทะเลาะกัน เนื่องจากหึงหวงที่แฟนสาวจะตีตัวออกห่างไปมีคนอื่น ด้วยความโมโหจึงใช้เนกไทรัดที่คอแฟนสาวจนเสียชีวิต ส่วนตนก็เตรียมนำสายไฟมาผูกคอตายตามที่เหนือประตูห้องน้ำ

ระหว่างนั้นจึงโทร.หาพี่สาวว่าลงมือฆ่าแฟนสาวเสียชีวิตแล้ว และกำลังจะผูกคอฆ่าตัวตายตาม แต่พี่สาวพูดเกลี้ยกล่อมจนตนเปลี่ยนใจไม่ผูกคอตาย และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุม เบื้องต้นพนักงานแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ก่อนจะสอบปากคำอย่างละเอียดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

2 อุทาหรณ์เรื่องราวความรักที่เริ่มต้นด้วยความหวานชื่น แต่สุดท้ายตอนจบกลับกลายเป็นคดีพิศวาสฆาตกรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน