เหมือนกับปัจจัยทาง “การเมือง” จะเป็นตัวกดดันอย่างสำคัญในเรื่องการ “ปลดล็อก” ประกาศและคำสั่งคสช.ว่าด้วยการเคลื่อนไหว ทำกิจกรรมของพรรคการเมือง
อาจเป็นเช่นนั้น
แต่ปัจจัยที่สำคัญและส่งผลสะเทือน ล้ำลึก กว้างไกล มากกว่า น่าจะมาจากปัจจัยทาง “เศรษฐกิจ” เป็นเบื้องต้น
จากนั้นก็เข้าสูตร “เด็ดดอกไม้ สะเทือนถึงดวงดาว”
ขอให้ศึกษากรณีของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นตัวอย่าง ทั้งๆ ที่สายสัมพันธ์ลึกซึ้งอย่างยิ่ง แนบแน่นอย่างยิ่ง แต่ทำไมต้องถูก “เด้ง”
ตอบได้เลย 1 ความล้มเหลวในเรื่องเศรษฐกิจ
จากนั้น เมื่อแรงกระเพื่อมในเรื่องทาง “เศรษฐกิจ” แผ่วงออกไปอย่างกว้างขวาง ก็ถูกแปรและกลายเป็นประเด็นทาง “การเมือง”
ต้องนอนเลียแผลจากเดือนสิงหาคม 2558 กระทั่งถึง ณ วันนี้
ทำไมถึงว่า “สายสัมพันธ์” ระหว่าง ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล กับ “คณะทหาร” มีความลึกซึ้ง แนบแน่น และตรึงตรา
บางคนอาจมองไปยัง “เซนต์คาเบรียล คอนเน็กชั่น”
แต่ถ้าหากศึกษารายละเอียดของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อย่างต่อเนื่องก็จะมองเห็นบทบาทได้ว่าดำเนินมาอย่างยาวนาน
ยาวนานจากรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 กระทั่งรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล คือ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ตั้งแต่ต้น แต่ก็ประสบอุบัติเหตุต้องอำลาไปภายในเวลาอันรวดเร็ว จากนั้นก็มาดำรงตำแหน่งอีกครั้งในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เป็น “รองนายกรัฐมนตรี” โดยไม่เป็น “รัฐมนตรีคลัง”
ปัญหาของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล และคณะมาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและทางการเมือง 2 ปัจจัยประสานเข้าด้วยกัน
ปัจจัย 1 คือการมิอาจประสานกับรัฐมนตรี “สายทหาร”
ปัจจัย 1 คือการไม่สามารถสร้าง “ผลงาน” ในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจให้ได้ตามที่คสช.คาดหวังเอาไว้
ปัจจัย “แรก” แสดงบทบาทเมื่อปัจจัย “หลัง” มีความเด่นชัด
การตัดคณะของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ออกไปอย่างหมดเยื่อสิ้นใยในเดือนสิงหาคม 2558 จึงบังเกิดขึ้นท่ามกลางความตื่นตะลึง งงงวยของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เอง
“ผลงาน” เข้าตา หรือไม่เข้าตาต่างหากคือ “คำตอบ”
หากอ่านผลสำรวจจาก “สวนดุสิตโพล” หัวข้อ “ชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย ณ วันนี้” ก็จะสัมผัสได้
สัมผัสได้จากประเด็น “สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลง” และจากประเด็น “สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงยังอยู่เหมือนเดิม” เด่นชัดว่าเป็นเรื่องในทางเศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่
“เศรษฐกิจ” ต่างหากจะรุกไล่กลายเป็น “การเมือง”