2 แพร่ง การเมือง ร่วม กับ พลังประชารัฐ หรือ ไม่เข้าร่วม : วิเคราะห์การเมือง

วิเคราะห์การเมือง

2 แพร่ง การเมือง ร่วม กับ พลังประชารัฐ หรือ ไม่เข้าร่วม

คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง

วิเคราะห์การเมือง – ข้อเสนอว่าด้วย “รัฐบาลแห่งชาติ” อันมาจากบางส่วนภายในพรรคประชาธิปัตย์ คือ ความพยายามอย่างเต็มเรี่ยวแรงที่จะเยียวยาพรรคประชาธิปัตย์

เป็นการเยียวยาในท่ามกลางความพ่ายแพ้ ล้มเหลว

ความพ่ายแพ้ 1 ซึ่งเด่นชัดเป็นอย่างยิ่ง น่าอับอายเป็นอย่างยิ่ง คือ ความพ่ายแพ้ต่อพรรคพลังประชารัฐ

เป็นความเจ็บปวดยิ่งกว่าพ่ายแพ้ต่อพรรคเพื่อไทย หลายเท่า

ความพ่ายแพ้ 1 ซึ่งจะมีความเด่นชัดมากขึ้นเป็นลำดับคือจะมี ส.ส.จำนวนหนึ่งของพรรคประชาธิปัตย์ไปยกมืออยู่ฝ่ายเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ

ไม่ว่าจะเป็นความพ่ายแพ้ในผลของการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นความพ่ายแพ้ที่มี ส.ส.ของพรรคอย่างน้อยที่สุดก็ประมาณ 30 กว่าคนไปสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ

มีจุดเริ่มมาจากการดำเนินยุทธศาสตร์ที่พลาดผิด

เป็นยุทธศาสตร์อันเริ่มต้นจากความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งเมื่อเดือนมกราคม 2544 และความพ่ายแพ้อย่างหมดรูปในการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548

จึงถือเอา“ระบอบทักษิณ” เป็นปรปักษ์ที่จะต้องโค่นล้ม

ความผิดพลาดอยู่ตรงที่เพื่อบรรลุยุทธศาสตร์นี้ พรรคประชาธิปัตย์จึงไม่คำนึงถึงยุทธวิธี ขอแต่เพียงพร้อมดำเนินการทุกอย่างเพื่อโค่นล้ม “ระบอบทักษิณ” ให้จงได้

ยุทธวิธีเช่นนี้พรรคประชาธิปัตย์เคยดำเนินมาแล้วก่อนและภายหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2490 จึงไม่แปลกที่จะมาทำอีกในห้วง 10 ปีที่พ่ายแพ้อย่างต่อเนื่องทางการเมือง

นั่นก็คือ เข้าหนุนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

นั่นก็คือ เข้าร่วมส่วนอย่างสำคัญในการปูทาง และสร้างเงื่อนไขอันนำไปสู่รัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549

พรรคประชาธิปัตย์อาจสมหวังได้เป็นรัฐบาลในเดือนธันวาคม 2551

แต่เมื่อเข้าสู่การเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคม 2554 พรรคประชาธิปัตย์ก็พ่ายแพ้อีก และตัดสินใจจัดตั้งกปปส.ขึ้นกระทั่งมีส่วนในการปูทางและสร้างเงื่อนไขให้กับรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557

การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม จึงมีผลสะเทือนอย่างสำคัญยิ่งต่อพรรคประชาธิปัตย์ที่จัดตั้งมา 70 กว่าปี

เพราะได้เสนอทางเลือกอันแหลมคมยิ่งให้กับพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะดำรงตนอย่างไร

จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของพรรคพลังประชารัฐ หรือจะดำรงอยู่อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี

บทเรียนจากปี 2490 บทเรียนจากปี 2549 และบทเรียนจากปี 2557 จึงสำคัญและมีผลต่ออนาคตของพรรคประชาธิปัตย์

 

อ่านข่าว

บทความก่อนหน้านี้ด่วน! ไฟไหม้ มหาวิหารนอตเทรอดาม กลางกรุงปารีส เปลวเพลิงโหม-ควันพุ่ง
บทความถัดไปเลือกตั้งอินโดนีเซีย 2019 : 5 เรื่องน่ารู้ของการเลือกตั้งวันเดียว “ที่ซับซ้อนที่สุดในประวัติศาสตร์โลก”