ผ่า2คดี-สาวชิงทอง11บ. อีกรายปั้นเรื่องโจรปล้น ต้นเหตุถูกผีพนันเข้าสิง : สดจากสนามข่าว

ผ่า 2 คดี-สาวชิงทอง 11 บ. อีกรายปั้นเรื่องโจรปล้น ต้นเหตุถูกผีพนันเข้าสิง : สดจากสนามข่าว

ผ่า 2 คดี-สาวชิงทอง 11 บ. อีกรายปั้นเรื่องโจรปล้น ต้นเหตุถูกผีพนันเข้าสิง –ไฟไหม้บ้าน 10 ครั้ง ไม่เท่าเสียพนันครั้งเดียว คำโบราณว่าไว้ให้คิด จะมีกี่คนที่คิดได้ แต่ไม่ใช่หญิงสาวสองรายนี้แน่ๆ

ย้อนไปเมื่อวันที่ 8 ก.ค. มีคนร้ายเป็นหญิงสาวผมยาว สวมผ้าปิดปาก ทำทีเข้ามาขอดูสร้อยคอทองคำที่ร้านทองภูมิฐาน ในตลาดมาบยางพร ถ.สายสะพานสี่-ปลวกแดง ม.2 ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง พอสบโอกาสเจ้าของร้านเผลอได้วิ่งหนีออกจากร้าน พร้อมกับสร้อยคอทองคำ 3 เส้น น้ำหนักรวม 11 บาท ไปขึ้นรถจยย. ไม่ทราบยี่ห้อ สีแดง-ดำ ที่จอดอยู่หน้าร้านทอง ขี่หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ดุษฎี กุญชร ณ อยุธยา ผกก.สภ.ปลวกแดง จ.ระยอง พ.ต.ท.ชลลิต สุธรรมมาจารย์ รอง ผกก.สส. นำชุดสืบสวนลงพื้นที่แกะรอยไล่ล่าตัวโจรสาว จนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือน.ส.บุญแตง ชินภูเขียว อายุ 36 ปี ชาว จ.หนองบัวลำภู ปัจจุบันทำงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งใน อ.ปลวกแดง จ.ระยอง โดยพักอยู่กับสามีที่บ้านเช่าใน อ.ศรีราชา

ผ่า 2 คดี-สาวชิงทอง 11 บ. อีกรายปั้นเรื่องโจรปล้น ต้นเหตุถูกผีพนันเข้าสิงพ.ต.ท.ชลลิต ประสานกับตำรวจ สภ.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เฝ้าดักซุ่มที่บ้านเช่าของน.ส.บุญแตง แต่พบว่าหลังก่อเหตุเจัาตัวไม่กลับเข้ามาที่บ้านเช่า แต่กลับไปทำงานที่โรงงานตามปกติ เสมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวสามีของน.ส.บุญแตงมาสอบสวน

ปรากฏว่าสามีไม่ทราบเรื่อง เพราะภรรยาทำงานเป็นหลักแหล่งและมีเงินเดือนประจำ จึงไม่เชื่อว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น พร้อมทั้งให้ความร่วมมือ ประสานภรรยาให้กลับมาบ้านหลังเลิกงาน

ต่อมาในช่วงเย็น วันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา น.ส.บุญแตงได้ขี่ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ-แดง ทะเบียน กจ 7011 ชลบุรี มาที่บ้าน โดยทั้งรถ จยย.และเสื้อผ้าที่สวมใส่ตรงกับภาพวงจรปิด ที่บันทึกได้ในวันก่อเหตุ ตำรวจจึงเข้าควบคุมตัวทันที

ผ่า 2 คดี-สาวชิงทอง 11 บ. อีกรายปั้นเรื่องโจรปล้น ต้นเหตุถูกผีพนันเข้าสิง

น.ส.บุญแตงรับสารภาพว่าเป็นคนร้ายที่ก่อ เหตุจริง โดยทำลำพังคนเดียว สามีไม่ทราบเรื่อง เพราะได้นำเงินฝากจำนวน 200,000 บาทไปเล่นพนันจนหมด กลัวสามีรู้จึงก่อเหตุ เพื่อต้องการนำเงินไปไถ่รถยนต์ที่ถูกยึดไปและนำเงินเข้าธนาคารเหมือนเดิม

พร้อมกับนำสร้อยคอทองคำที่ซุกซ่อนในตู้เสื้อผ้า ที่เหลือเพียง 5 บาท ส่วนสร้อยข้อมือ 2 เส้น เส้นละ 3 บาท ไปขายที่ร้านทองในตลาดบ่อวิน ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้เงินจำนวน 56,000 บาท และนำเงินไปชำระค่างวดรถยนต์ที่ติดค้างกับไฟแนนซ์หมดแล้ว

ผ่า 2 คดี-สาวชิงทอง 11 บ. อีกรายปั้นเรื่องโจรปล้น ต้นเหตุถูกผีพนันเข้าสิง

ส่วนอีกคดีก็เกิดขึ้นในวันเดียวกัน โดย ร.ต.อ.ธีรวัจน์ สินธุไสย์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ชาวบ้าน ภายในบ้านหนองกบ หมู่ที่ 11 ต.โคกเครือ อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.หนองกุงศรี ชุด ชรบ.บ้านหนองกบ รุดไปยังจุดเกิดเหตุ

พบผู้เสียหายคือ น.ส.ปิยนุช สุภาพสุนทร อายุ 30 ปี เจ้าของบ้านอยู่ในอาการตกใจ ให้การว่า ขณะกำลังนอนพักผ่อนอยู่บนเปลใต้ต้นมะม่วงเพียงคนเดียว ส่วนสามีไปตกปลาที่หนองน้ำ ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1 กิโลเมตร ส่วนลูกชายขอเงินไปซื้อน้ำภายในหมู่บ้าน ถูกคนร้ายเป็นชาย 2 คน สวมหมวกโม่งสีดำปกคลุมใบหน้า สวมเสื้อแขนยาวสีดำ ใช้อาวุธปืนสั้นไม่ทราบยี่ห้อ จี้บริเวณสะโพกของตน ส่วนคนร้ายอีกคนได้ยื้อแย่งกระเป๋าแล้วรื้อค้นทรัพย์สิน ได้สร้อยทองรูปพรรณน้ำหนัก 1 บาท จำนวน 1 เส้น แหวนทองน้ำหนัก 1 สลึง และเงินสด 19,800 บาท ก่อนจะปีนกำแพงข้างบ้านหลบหนีเข้าป่าไป

พ.ต.อ.พุฒินันท์ อำพันธ์ ผกก.สภ. หนองกุงศรี สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดในหมู่บ้าน และตรวจสอบร่องรอยหลักฐาน แต่พบว่าไม่สอดคล้องกับคำให้การของผู้เสียหาย โดยเฉพาะการปีนกำแพงติดขวดแก้วสูงเกือบ 2 เมตร แต่กลับไม่มีร่องรอย ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เชื่อคำให้การของผู้เสียหาย ประกอบกับชาวบ้านให้ข้อมูลว่าพบเห็นน.ส.ปิยนุชไปเล่นการพนันบ่อยครั้ง

ผ่า 2 คดี-สาวชิงทอง 11 บ. อีกรายปั้นเรื่องโจรปล้น ต้นเหตุถูกผีพนันเข้าสิง

วันรุ่งขึ้น พ.ต.ท.สรวิศ สินนา สารวัตร (สอบสวน) สภ.หนองกุงศรี เชิญตัวน.ส.ปิยนุชและสามีมาสอบปากคำ โดยแยกห้องสอบปากคำทั้งสอง ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง น.ส.ปิยนุชจึงยอมสารภาพว่ากุเรื่องขึ้นมา เพราะระหว่างวันที่ 5 ก.ค.ถึงช่วงเที่ยงของวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา ตนไปเล่นไฮโลภายในหมู่บ้าน และได้นำสร้อยทองไปขายและนำแหวนทองคำน้ำหนัก 1 สลึง 1 วง ไปจำนำกับเจ้ามือวงไฮโล พร้อมกับเงิน 20,000 บาทไปเล่นไฮโลจนหมดตัว

น.ส.ปิยนุชเผยต่อว่า เงิน 20,000 บาทเป็นเงินที่สามีเตรียมไปซื้อหมูมาชำแหละขาย จึงเกรงว่าสามีจะดุด่าและทำร้ายตน เลยอาศัยช่วงที่สามีไปตกปลาและลูกไปซื้อน้ำปั่นภายในหมู่บ้าน ออกอุบายโกหกสามีว่าถูกโจรจี้ชิงทรัพย์ ไม่คิดว่าสามีจะไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนเป็นเรื่องใหญ่

ภายหลังสอบสวนน.ส.ปิยนุชถูกดำเนินคดีฐานแจ้งความเท็จ พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

2 เหตุการณ์ แต่มีต้นเหตุมาจากเรื่องเดียวกัน

ชยพล ปัญญาวิศิษฎ์กุล

ยุทธนา เกียรติดำเนินงาม

เรื่อง/ภาพ

บทความก่อนหน้านี้พ.ต.ท.อนันต์ วรสาตร์ แขวนเดี่ยวหลวงปู่ทวด : พระเครื่องคนดัง
บทความถัดไปวัตถุมงคลสมเด็จพระเจ้าตากสิน วัดวังพิกุลวราราม จ.พิษณุโลก : ข่าวสดพระเครื่อง