บ.ก.ตอบจดหมาย

ทำไมรฟ.จึงเลิกจอดที่สถานีกุยบุรี

เรียน บ.ก.

มีข้อสงสัยเรื่องการให้บริการของการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะเส้นทางสายใต้ จากกรณีที่มีการทดลองให้รถเร็วขบวนที่ 169 กรุงเทพฯ-ยะลา จอดแวะรับ-ส่งผู้โดยสารที่สถานีกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย.59 จนถึง 28 ก.พ.60 และต่อการทดลองจอดถึงวันที่ 30 เม.ย.60 รวม 5 เดือน ต่อมาทางรฟท.ก็สั่งให้รถเลิกจอดรับ-ส่ง ผู้โดยสารที่กุยบุรี โดยให้เหตุผลว่า จำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยในแต่ละวันไม่ได้ตรงตามเป้า แต่ถึงแม้ว่าค่าเฉลี่ยของผู้โดยสารจะได้ไม่ถึงเกณฑ์ตามที่รฟท.กำหนดมา แต่เมื่อเทียบกับรายได้จากเดิมที่ทางสถานีกุยบุรีได้รับ พบว่ามีรายได้เพิ่มขึ้น 2-3 เท่าตัว ตรงนี้ไม่สำคัญเท่ากับว่าความสะดวกของประชาชนที่จะโดยสารไป ใช่ไปแค่กุยบุรี-หลังสวน จ.ชุมพร, กุยบุรี-ธนบุรี หรือกรุงเทพฯ-กันตัง จ.ตรัง มีหลายคนที่ต้องการลงไปยังจ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาสบ้าง อย่างน้อยควรจะเพิ่มสักอีกขบวนหนึ่งจอดแวะรับ อีกอย่างอ.กุยบุรี มีแหล่งท่องเที่ยวอยู่หลายแห่ง อย่างเช่น กุ้ยหลินเมืองไทย (คลองเขาแดง สามร้อยยอด) อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ซึ่งนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ ขึ้นรถไฟจากหัวลำโพง สามเสน หรือบางซื่อ มุ่งไปลงสถานีกุยบุรีเลย ไม่ต้องเหมาแท็กซี่ไปขึ้นรถไฟฟรี ที่สถานีธนบุรี

ส่วนคนในพื้นที่กุยบุรีลงใต้ก็เยอะ มีทั้งไปทำงานและไปเยี่ยมญาติ ใจคอจะให้ไปขึ้นรถไฟที่สถานีอื่นเช่น วังก์พง หรือสถานีบ้านกรูด เลยหรือ บางคนไม่สะดวกในการเดินทาง ในช่วงทดลอง การรถไฟฯ น่าจะมีการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้นว่า รถเร็ว 169 จอดรับ-ส่ง สถานีกุยบุรี หลายคนในพื้นที่ไม่ทราบ บางรายเพิ่งจะรู้ไม่นานวางแผนไปเยี่ยมลูกที่เรียนอยู่จ.สงขลา ก็ต้องผิดหวัง หวังว่าผู้ว่าฯ การรถไฟฯ จะทบทวนเพื่อช่วยบรรเทา ความเดือดร้อนให้กับชาวกุยบุรีบ้าง อย่าให้แต่นั่งมองรถไฟขบวนแล้วขบวนเล่าที่ผ่านไป แต่ไม่มีสิทธิ์ใช้บริการ

นับถือ

บูชา

ตอบ คุณบูชา

ข้อเสนอแนะของคุณน่าสนใจมาก การบริการประชาชนควรเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุด ทำให้ต้องนึกถึงการบริการรถไฟของประเทศญี่ปุ่น ที่พบว่ามีสถานีแห่งหนึ่ง มีเด็กนักเรียนเพียงคนเดียวที่มาขึ้นรถไฟทุกเช้าเพื่อไปเรียนหนังสือ ทางการต้องให้รถไฟวิ่งไปถึงสถานีนี้ทุกวัน แม้จะมีผู้โดยสารแค่คนเดียว จนกระทั่งเมื่อเด็กคนนี้เรียนจบนั่นแหละ จึงหยุดบริการสถานีรถไฟแห่งนี้ เป็นข่าวซาบซึ้งไปทั้งโลก

ห่วงปัญหาชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน

ถึง บ.ก.ข่าวสด

ปัญหาชายฝั่งทะเลในพื้นที่เขตบางขุนเทียนถูกกัดเซาะ ตอนนี้จมหายไปในทะเล 3,000 กว่าไร่แล้ว อยากให้เร่งแก้โดยด่วนก่อนที่ต่อไปนี้จะกลายเป็นหมู่บ้านกลางน้ำ แบบหมู่บ้านกัมปงไอเยอร์ ประเทศบรูไน แต่ที่บรูไนทำได้เพราะเป็นประเทศที่ร่ำรวย ถ้าเป็นของไทยกลัวว่าคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่จะไม่เหมือนเขา ชาวบ้านถือแต่โฉนดอย่างเดียว แต่ที่อยู่อาศัยไม่มีเศร้าใจจริงๆ เผลอแป๊บเดียวระวังมาถึงถนนพระราม 2 อาจเป็นไปได้

ด้วยความเคารพ

ลุงมั่น

ตอบ ลุงมั่น

ข้อร้องเรียนของคุณน่าห่วงใยจริงๆ แต่ทราบว่า พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. คงไม่นิ่งนอนใจ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาเพิ่งเรียกประชุมแก้ปัญหา โดยเชิญหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวง ทรัพยากรฯ มาร่วมหารือ จะเร่งปลูกป่าชายเลนครอบคลุม ทุกพื้นที่ชายทะเลของบางขุนเทียน ซึ่งน่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง และเท่ากับได้ฟื้นฟูธรรมชาติคืนมาด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน