หลังโควิด-ต้องเจอโคขวิด
แนวคิดการสวมหน้ากากอนามัย
คอลัมน์ บ.ก.ตอบจดหมาย
หลังโควิด-ต้องเจอโคขวิด – เรียน บ.ก.ข่าวสด
อย่างน้อยครึ่งปีนี้โลกทั้งโลก รวมทั้งประเทศชาติของเราด้วย คงต้องอยู่ในสภาพที่เรียกว่าอัมพาต เพราะพิษภัยไวรัสโคโรนา-19 ทุกอย่างต้องหยุดหมด ชีวิตก็ต้องระแวดระวัง ใส่หน้ากากตลอดเวลาที่อยู่นอกบ้าน อาจถึงขั้นต้องใส่ถุงมือด้วยซ้ำ ถ้าไวรัสยกระดับความรุนแรงไปสู่ขั้น 3 ที่ร้ายกว่านั้นเวลานี้ธุรกิจการค้าพังหมด
ยกเว้นก็แต่ธุรกิจที่ตอบสนองการเก็บตัวอยู่กับบ้านของผู้คนได้ เช่น บริการภาพยนตร์ทางเน็ต สินค้าขายผ่านออนไลน์ที่ตอบสนองได้ เมื่อคนไม่อยากเดินทางไปไหน อาหารที่ส่งตรงถึงบ้านพวกนี้ไปได้ดี ขณะที่ร้านมินิมาร์ทก็ยังพอไปได้ แต่ก็มีคนแหยงๆ อยู่เหมือนกัน ก็คือยังไปได้ดีในธุรกิจเฉพาะส่วนเฉพาะกลุ่ม แต่ส่วนใหญ่ลำบากกันหมด
ส่วนในเรื่องการแก้ปัญหาของรัฐบาลในการป้องกันไวรัสและดูแลประชาชนนั้น ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีกแล้ว คนด่ากันทั้งเมือง คะแนนนายกฯ ประยุทธ์ตกต่ำ ดำดิ่งอย่างที่สุด แล้วพวกกองเชียร์ยังมาอ้างว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลามาไล่นายกฯ เพราะถ้าเขาไม่อยู่ใครจะแบกรับปัญหาแทน โถเรื่องแบบนี้ มีคนเก่งๆ กว่าตั้งเยอะแยะในบ้านเมืองนี้ที่สามารถเข้ามาแก้ปัญหาได้ ทำได้ดีกว่าแน่ๆ สำคัญกว่านั้น
เมื่อพ้นช่วงวิกฤตโควิดไปแล้ว ภาระของรัฐบาลหลังจากนั้นคือการเร่งกู้เศรษฐกิจกลับคืนมา พอนึกเช่นนี้แล้ว ให้รู้สึกเลยว่าอนาคตเรามืดมนมากๆ มองไปยังทั่วโลก หลังพ้นโควิดเขาก็คงฟื้นฟูบ้านเมืองได้เร็ว เนื่องจากฐานเดิมเขาดีอยู่แล้ว แต่ของเราฐานเดิมเละมา 5 ปี หลังโควิดก็คือ “โคขวิด” แน่ๆ นึกถึงคำของ นักแสดงตลกที่ว่า บ้านเมืองเราตอนนี้ก็โอเค โดยโอเคแปลว่าตกลง หมายถึงตกลงอย่างเดียว ไม่ดีขึ้นเลย
ขอบคุณ
นายตกลง
ตอบ นายตกลง
ขอบคุณที่แสดงความคิดเห็นอย่างสนใจมาแลกเปลี่ยนกัน ก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจรับกับเศรษฐกิจที่จะยิ่งหนักหนาสาหัสไปกว่านี้
แนวคิดการสวมหน้ากากอนามัย
เรียน บ.ก.
ประเทศอื่นๆ ที่ไม่ได้เตรียมตัวป้องกันและรับมือกับไวรัสโคโรนา-19 เพราะความประมาทและขาดความรู้ในเรื่องระบาดวิทยา ทำให้มีการแพร่เชื้อไวรัสอย่างรุนแรง ผู้นำประเทศต่างๆ ติดเชื้อมากมาย แม้กระทั่งหมอตะวันตกก็เชื่อว่าการสวมแมสก์นั้นไม่มีความจำเป็นสำหรับคนปกติ การสวมแมสก์นั้นเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อเท่านั้น แต่เมื่อคนที่ติดเชื้อยังไม่มีอาการและไม่ทราบว่าตัวเองติดเชื้อดังนั้นการแพร่ระบาดจึงรุนแรงมาก
ทั้งนี้เพราะหมอตะวันตกทั้งหลายเชื่อว่าแมสก์จะทำให้การไหลเวียนของออกซิเจนต่ำลง แล้วยังหายใจเอาคาร์บอนไดออกไซด์เข้ามากเกินไป เพราะลมหายใจออกถูกปิดกั้นด้วยแมสก์ ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงและมีผลมากสำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืด และโรคภูมิแพ้ แต่เมื่อจำเป็นต้องป้องกันมิให้เชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายได้ก็จำเป็นต้องสวมแมสก์ เพราะเมื่อติดเชื้อไวรัสแล้วยิ่งมีอันตรายมากในกรณีที่เป็นผู้ป่วยหอบหืดและภูมิแพ้
ไข่เจียว
ตอบ ไข่เจียว
ที่คุณกล่าวมาก็เป็นแนวคิดที่ต่างกัน มีหลายทฤษฎี แต่ส่วนใหญ่ก็ยังมองว่า ใส่หน้ากากอนามัยเอาไว้ก่อน น่าจะป้องกันไวรัสได้ดีที่สุด