พระสังฆาธิการปทุมธานี – พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธัมมจิตโต) กรรมการมหาเถรสมาคม รักษาการเจ้าคณะใหญ่หนกลาง เป็นประธานเปิดการประชุมพระสังฆาธิการ ระดับเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาสและผู้ช่วยเจ้าอาวาส ตามมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 32/2539 มติที่ 414/2539 ในเขตปกครองคณะสงฆ์จังหวัดปทุมธานี ภาค 1 ผ่าน ระบบออนไลน์
โดยมีพระธรรมรัตนาภรณ์ (สมศักดิ์ โชตินธโร) เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีเจ้าอาวาสวัดเขียนเขต พระอารามหลวง กล่าวรายงานเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ศูนย์นวัตกรรมรักษ์ วัดรักษ์สิ่งแวดล้อม อาคารปลูกศรัทธา วัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

โดยการประชุมดังกล่าว มีพระสังฆา ธิการทุกระดับในจังหวัดปทุมธานี เข้าร่วมการประชุม จำนวน 400 รูป
วัตถุประสงค์เพื่อให้พระสังฆาธิการได้รับความรู้ ข้อเสนอแนะอันจะเป็นประโยชน์แก่การคณะสงฆ์และการพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บทบาทและอำนาจหน้าที่ของเจ้าอาวาส ที่พึงปฏิบัติต่อวัด เพื่อขับเคลื่อนภารกิจของวัดให้เป็นไปด้วยดี

พระพรหมบัณฑิต กล่าวให้โอวาทแก่คณะพระสังฆาธิการ ถึงกลยุทธ์ในการบริหารวัด ว่า ภารกิจงานของคณะสงฆ์ มีอยู่ 6 ด้าน คือ 1.ด้านการปกครอง 2.ด้านศาสนศึกษา 3.ด้านศึกษาสงเคราะห์ 4.ด้านการเผยแผ่ธรรมะ 5.ด้านสาธารณูปการ 6.ด้านสาธารณสงเคราะห์ ซึ่งในการจัดการภารกิจให้เป็นไปด้วยดีนั้น วัดต้องมีกลยุทธ์ในการปรับกระบวนการ วิธีการบริหารงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ระบาดโรคโควิด-19

ประการแรก พระภิกษุสงฆ์พึงปฏิบัติตามกฎหมายสำหรับพระภิกษุ 3 ประเภท ตามที่สมเด็จกรมพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ประทานไว้ ได้แก่ 1.กฎหมายแผ่นดิน 2.พระวินัย 3.จารีต โดยเฉพาะการทำความเข้าใจอำนาจหน้าที่ ที่มีกำหนดไว้ในมาตราต่างๆ ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ เพื่อสามารถใช้ในการปกครองและการบริหารวัดให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย นอกจากนี้ การเป็นผู้มีพระคุณ คือ มีน้ำใจช่วยเหลือแก้ไขปัญหาของผู้ปฏิบัติหน้าที่ในความรับผิดชอบ การเป็นศูนย์รวมใจของประชาชน เป็นคุณสมบัติสำคัญที่จะช่วยให้การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของวัดได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
ประการต่อมา การบริหารวัดในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ต้องมีวิสัยทัศน์ในการวางแผน จัดองค์กรหรือกระจายอำนาจเพื่อให้เกิดเครือข่ายในการทำงาน สรรหา สร้างและพัฒนาบุคลากร มีศิลปะในการสั่งการจูงใจในการทำงาน และติดตามความคืบหน้า ประเมินผลสำเร็จของงาน

ประการสุดท้าย คือ การปรับกลยุทธ์ตามสถานการณ์ คือ เมื่อมีศักยภาพและโอกาสอำนวย ให้รีบทำงานให้สำเร็จ หากมีอุปสรรค ก็ต้องปรับตัว ถ้าศักยภาพไม่เพียงพอหรือมีจุดด้อย แต่มีโอกาส ก็อาจสามารถลองเสี่ยงได้ แต่ถ้ามีอุปสรรคและศักยภาพไม่มากพอยังมีจุดด้อยในบางเรื่องหรือหลายเรื่อง ควรตั้งรับไปก่อน และเตรียมพัฒนาตัวเองให้พร้อม เมื่อโอกาสมาถึง
ด้านพระธรรมรัตนาภรณ์ ในฐานะประธานอนุกรรมการโครงการ ฝ่ายสาธารณูปการ ของมหาเถรสมาคม นำประธานในพิธี และคณะ เข้าชมศูนย์เรียนรู้ พร้อมบรรยายหัวข้อ “3 พันธกิจ, 5 ส เครื่องมือ, 7 ขั้นตอนการดำเนินงาน, 9 แนวปฏิบัติพัฒนาพื้นที่ และ 1 ฐานชีวิตใหม่” ซึ่งเป็นแนวทางการดำเนินงานเพื่อสร้างสัปปายะสู่วัดสวยด้วยความสุข

พระธรรมรัตนาภรณ์ กล่าวว่า “โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาพื้นที่ทางกายภาพของวัดให้สะอาด สวยงาม ซึ่งจะนำไปสู่การเรียนรู้และพัฒนาสังคมร่วมกันของวัดและชุมชน และยก ระดับสู่การพัฒนาจิตใจและปัญญาตามแนวทางพระพุทธศาสนา โดยเป็นความ ร่วมมือระหว่างจังหวัดปทุมธานี คณะสงฆ์จังหวัดปทุมธานี ภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ได้ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จังหวัดปทุมธานี ได้รับรางวัลสัปปายะอวอร์ด จังหวัดต้นแบบจากเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อัคคชิโน) กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานฝ่ายสาธารณูปการ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช
เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานในเชิงคุณภาพและรองรับการศึกษาดูงานจากทั่วประเทศ จังหวัดปทุมธานี จึงร่วมมือกับศูนย์นวัตกรรมรักษ์วัด รักษ์สิ่งแวดล้อม มูลนิธิธรรมกาย และภาคีเครือข่าย ดำเนินการ จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ขึ้น เพื่อให้เป็นศูนย์กลาง ข้อมูลข่าวสาร การนำเสนอสื่อนวัตกรรมเสริมสร้างองค์ความรู้ อันจะนำไปสู่การ ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ บนฐานชีวิตใหม่หรือ นิว นอร์มัล ต่อไป”
โดย นพรัตน์ คุ้มศรี