คอลัมน์ บทบรรณาธิการ

ดัชนีประชาธิปไตย – หน่วยงานวิเคราะห์เศรษฐกิจ Economist Intelligence Unit (EIU) ของนิตยสาร ดิ อีโคโนมิสต์ เพิ่งเผยแพร่การจัดดัชนีประชาธิปไตยประจำปี 2020 หรือพ.ศ. 2563 ซึ่งไทยได้คะแนนดิ่งลง และอันดับตกลง อย่างไม่น่าประหลาดใจ

จากคะแนนเต็มสิบ ไทยได้ 6.04 น้อยลงจากปีก่อนหน้า 6.32 คะแนน และอยู่อันดับที่ 73

แม้คนจำนวนมากจะไม่ประหลาดใจ เพราะดูวิธีการจัดการกับผู้ชุมนุมของรัฐบาลแล้วก็น่าจะพอมองออกได้ไม่ยาก

แต่รัฐบาลกลับใช้ผลวัดดังกล่าวโยนความผิดให้กับพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ว่านำเสนอข้อมูลไม่สร้างสรรค์ และสร้างอคติให้กับรัฐบาล

ถ้าคิดได้เพียงเท่านี้ก็น่าวิตกแล้วว่าดัชนีปีนี้ คะแนนน่าจะดิ่งลงอีก

ดัชนีประชาธิปไตยดังกล่าวประมวลคำตอบจาก 5 หัวข้อหลัก ได้แก่ 1.กระบวนการเลือกตั้ง 2.เสรีภาพของประชาชน 3.การทำหน้าที่ของรัฐบาล 4.กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน และ 5.วัฒนธรรมทางการเมือง

โฆษกรัฐบาลชี้ว่า เงื่อนไขข้อ 2 ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ทำให้เสรีภาพของประชาชนถูกจำกัด เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ค่าเฉลี่ยหลายประเทศ รวมถึงไทย ลดลง

หากคำอธิบายนี้มาจากความเข้าใจจริงๆ ว่าเงื่อนไขและสถานการณ์เป็นแบบนี้ ย่อมเป็นเรื่องที่น่าวิตกอีกเช่นกันว่ารัฐบาลกำลังมองปัญหาด้วยสายตาที่พร่ามัว

ยิ่งสายตาพร่ามัวมากเท่าใด การทำความเข้าใจกับสภาพความเป็นจริงจะยิ่งไม่ชัด และแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะแก้ไขไม่ถูก

หากรัฐบาลเปิดใจกว้างและประเมินผลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่โทษปัจจัยภายนอก ย่อมต้องรู้ว่าเหตุใดดัชนีประชาธิปไตยถึงลดลง

เฉพาะเหตุการณ์สลายการชุมนุมวันที่ 16 ต.ค. และวันที่ 17 พ.ย.2563 ที่มีความรุนแรง รวมถึงการตั้งข้อหาผู้ชุมนุมหลายคนอย่างต่อเนื่อง เป็นคำตอบที่ชัดว่าไม่เกี่ยวกับการควบคุมโรคระบาด

ส่วนการที่ผู้นำกองทัพคนปัจจุบันกล่าวหนักแน่นว่า ไม่มีคำว่ารัฐประหารอยู่ในความคิด แม้น่ายินดีแต่ก็ไม่ใช่สิ่งรับประกันได้

ความคลางแคลงใจและไม่เชื่อใจเหล่านี้คือดัชนีความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อประชาธิปไตย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน