คอลัมน์ บ.ก.ตอบจดหมาย

ทำไมไม่ฉีดวัคซีนแบบปูพรม

เรียน ท่านบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ข่าวสด ที่นับถือ

เมื่อไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องสวมหน้ากากอนามัยในบ้าน ก็ต้องไม่สมควรให้มีกฎหมายบังคับต้องสวมหน้ากากอนามัยในรถยนต์ส่วนบุคคล ทั้งนี้เพราะดูเหมือนว่าจะมีกฎหมายสั่งปรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร 1 คนที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยอยู่ภายในรถยนต์ส่วนบุคคล เรื่องนี้อาจจะดูเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย แต่เป็นเรื่องตลกขบขัน เพราะสองยายตา นอนห้องเดียว กินกาแฟโต๊ะเดียวกัน ออกจากบ้านขึ้น รถไปตลาดต้องสวมหน้ากากอนามัย แต่กลับถึงบ้านสามารถถอดได้ ที่ต้องสวมไม่ใช่เพราะกลัวไวรัสแต่กลัวตำรวจ พอๆ กับเรื่องไม่ยอมรับวัคซีน ที่อาจจะออกกฎหมายบังคับให้ต้องฉีดวัคซีนทุกคนก็เป็นได้ กรณีผู้ขับที่ต้องสวมหน้ากากอนามัยในรถยนต์ส่วนตัว อาจจะทำให้เกิดอาการวูบเพราะออกซิเจนไม่เพียงพอเพราะไม่มีการ เปิดให้มีการไหลเวียนของอากาศ นายแพทย์แอนโธนี่ เฟาซี เสนอให้บริหารวัคซีนแบบปูพรมเหมือนทิ้งระเบิดนาปาล์ม ฉีดให้เต็มพื้นที่ในเวลาอันรวดเร็ว แต่ประเทศไทยเลือกการบริหารวัคซีนแบบ “กลุ่มเสี่ยงก่อน” นิยามของกลุ่มเสี่ยง ดูเหมือนการเมืองจะกำหนดนิยามของกลุ่มเสี่ยงว่าเป็นกลุ่มที่ไม่แข็งแรง มีโรคประจำตัว มีโอกาสติดไวรัสได้ง่าย และมีโอกาสเสียชีวิตสูง แต่ผมเห็นว่ากลุ่มเสี่ยงคือกลุ่มที่ต้องสัมผัสกับผู้คนจำนวนมาก ไม่ใช่กลุ่มคนป่วยมีโรคประจำตัว สูงวัย ที่อยู่ติดบ้านติดเตียง เพราะถ้าหนุ่มสาวที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านไม่นำไวรัสเข้าบ้านคนป่วยและคนแก่ที่อยู่ติดบ้านก็จะไม่ติดโรคและไม่เสียชีวิต แต่การบริหารวัคซีนแบบใช้กลุ่มเสี่ยงนำหน้านั้นพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่ได้ผล วันนี้ต้องใช้วิธีการบริหารแบบบัวขาว ต่อยหนัก ต่อยถี่ ต่อยเร็ว ต่อยไม่หยุด ดังนั้นวัคซีนจะต้องเพียงพอ มิใช่ได้มาน้อยก็ฉีดน้อย ระยะห่างระหว่างเข็มแรกและเข็มที่สองก็นานเกินไป ทำให้ภูมิคุ้มกันไม่เพียงพอกับการฆ่าไวรัส

แป๊ะทิว

ตอบ คุณแป๊ะทิว

ไม่ว่าหลักของหมอเฟาซีที่คุณหยิบยกมานั้นจะเป็น เช่นไร แต่ใช้กับบ้านเราไม่ได้ เพราะของเราจัดการนำเข้าวัคซีนล่าช้ามาก วัคซีนยังมาน้อยมาก จึงไม่สามารถฉีดปูพรมได้ ก็ต้องคัดเป็นกลุ่มๆ ไป ค่อยๆ ฉีดกันไป

เรือนจำปกปิดข้อมูลป่วยโควิด

เรียน บ.ก.

กรณีที่ผู้ต้องขังในเรือนจำติดเชื้อโควิดจำนวนมากนั้น เหตุใดทางกรมราชทัณฑ์ไม่ได้ประกาศให้ทราบต่อสาธารณชน และไม่เอายอดไปรวมกับทางศบค.ที่แถลงทุกวัน มาทราบก็ต่อมา รุ้ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ที่ได้รับประกันตัวออกมา แล้วมาบอกต่อสาธารณชนว่า ในเรือนจำมีผู้ต้องขังติดเชื้อโควิดจำนวนมาก ความจริงน่าจะเปิดเผย เพราะเป็นตัวเลขรวมของผู้ติดเชื้อในประเทศไทย อย่างน้อยจะได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริง โดยเฉพาะบรรดาญาติพี่น้องที่อยู่ข้างนอกจะได้รับทราบ ไม่ผิดและแปลกที่มีการติดเชื้อ เพราะอยู่กันอย่างแออัด แต่ผิดที่ไม่บอกข้อมูลที่แท้จริง

นับถือ

ปูนปั้น

ตอบ คุณปูนปั้น

เป็นประเด็นน่าสงสัยจริงๆ ว่า เหตุใดราชทัณฑ์จึงเปิดเผยข้อมูลคลัสเตอร์ใหญ่ในเรือนจำล่าช้า จนกระทั่งแกนนำ ม็อบเยาวชนออกมาระบุเอง เป็นไปได้มากว่าต้นเหตุที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ อาจจะเป็นความบกพร่องหรือปัญหาอภิสิทธิ์บางประการ เลยยิ่งน่าเป็นห่วงว่าสภาพความแออัดภายในนั้นจะแก้ปัญหากันได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน