สดจากสนามข่าว
หนึ่งฤทัย หนูสวัสดิ์ เรื่อง/ภาพ
“ไม่คิดว่าจะเหี้ยมโหดขนาดนี้ ถ้าไม่รักก็ไม่น่าจะมาฆ่ากัน ทำไมต้องมาทำกับลูกสาวแบบนี้ จิตใจทำด้วยอะไร”
คำถามจากปากของ นางสมหมาย อ่ำสุขชาติ ที่เปิดใจทั้งน้ำตา ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี จับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุฆ่า นางสมัย อ่ำสุขชาติ ผู้เป็นบุตรสาวได้
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 19 ก.พ. ร.ต.อ.สมบัติ สาแช รอง สว.สอบสวน สภ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุพบศพหญิงสาวนอนเสียชีวิตในดงกก กลางทุ่งนา บ้านพลไร่ ม.11 ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.กษณะ แจ่มสว่าง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.อภิชิต สุรพินิจ ผกก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.ชัยรัตน์ บัวขม ผกก.สภ.บางปลาม้า จนท.สมาคมเณรแก้วกู้ภัยทางหลวงสุพรรรณบุรี แพทย์เวรโรงพยาบาลบางปลาม้า จนท.ตำรวจชุดสืบสวนสภ.บางปลาม้า โดยสภาพศพเน่าอืด ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งทั่วบริเวณ ท่อนบนสวมเสื้อ ท่อนล่างพบเพียงแค่กางเกงในถูกถลกลงมาครึ่งหนึ่ง คาดว่าเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 5-6 วัน
พระธนพงศ์ จันทร ให้ข้อมูลตำรวจ
สอบสวนทราบว่าผู้ตายคือ นางสมัย อ่ำสุขชาติ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83 ม.3 ต.หนองโพธิ์ อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี สาวใหญ่ฐานะดีคนหนึ่ง ด้วยมีที่นากว่า 40 ไร่ ในพื้นที่ อ.หนองหญ้าไซ
โดยก่อนเกิดเหตุ นางสมหมาย อ่ำสุขชาติ แม่ผู้ตาย และนางบุญชู ช่วยประสม อายุ 62 ปี น้าของผู้ตาย ไปแจ้งความว่าลูกสาวหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยสงสัยว่า นายกำธร ปิ่นมณี อายุ 27 ปี หลานชาย ซึ่งเป็นหนุ่มคนสนิทของผู้ตายอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เนื่องจากเจ้าตัวให้นำเงิน 47,000 บาท มาไถ่รถกระบะอ้างว่านางสมัยเอามาจำนำไว้
กระทั่งเมื่อวันที่ 16 ก.พ. ชุดสืบสวน ภ.จว.สุพรรณบุรี วางแผนให้ญาติฝ่ายหญิงนัดนายกำธรมารับเงินค่ารถ ก่อนนำตัวมาสอบสวนแต่ไม่พบพิรุธ โดยนายกำธรให้การอ้างว่านางสมัยนำมาจำนำไว้ พร้อมกับมอบบัตรประชาชนไว้ให้ด้วย เจ้าหน้าที่นำตัวไปตรวจหาสารเสพติดแต่ไม่พบ จึงนำตัวไปถ่ายภาพทำประวัติก่อนปล่อยตัวไป เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานว่านางสมัยเสียชีวิตแล้ว
กระทั่งต่อมาพระธนพงศ์ จันทร พระลูกวัดโพธิ์ศรี ให้ข้อมูลว่า ภายหลังทราบเรื่องนางสมัยหายตัวไป จึงโทรศัพท์ไปหานายกำธรหลานเขยที่เป็นบุคคลต้องสงสัย และได้พยายามถามว่าได้เป็นคนลงมือทำร้ายฝ่ายหญิงหรือไม่ และเหตุการณ์เป็นอย่างไร เพราะฝ่ายหญิงหายตัวไป
หลานเขยสารภาพกับตนว่า เป็นคนลงมือก่อเหตุทำร้ายฝ่ายหญิง โดยเตะเข้าไปที่ปากและคอ จากนั้นฝ่ายหญิงสลบแน่นิ่งไป เจ้าตัวบอกว่าเลยตกใจ รีบเอาร่างไปใส่รถกระบะของฝ่ายหญิง และขับเข้ามากลางทุ่งนา แล้วเอาไปโยนทิ้งในดงต้นกก จากนั้นก็เอาต้นกกมาหมกร่างไว้ ส่วนตนนั้นจะขอมอบตัว แต่ตอนนี้สภาพจิตใจยังย่ำแย่ ขอเวลาตั้งหลักสักพัก
พระธนพงศ์กล่าวต่อว่า พฤติกรรมหลานเขยที่ผ่านมาเคยเสพยามาบ้าง แต่ตอนนี้ตนไม่ทราบ ส่วนคบหากับฝ่ายหญิงอย่างไร ก็ไม่ทราบ จึงแจ้งกู้ภัยให้ออกมาช่วยตามหาศพตามพิกัดที่หลานแจ้งไว้ ตั้งแต่เมื่อคืนก็ยังไม่พบศพ
แต่เนื่องจากดงต้นกกมีจำนวนมาก และเข้าไปลำบาก จนมาพบศพในช่วงสายที่ผ่านมา หลังจนท.กู้ภัยจุดธูปบอกเล่าให้พบศพ ไม่นานก็มีกลิ่นคละคลุ้งลอยมา กู้ภัยจึงเดินเท้าลุยเข้าไปตรวจสอบในดงต้นกกจนพบศพ
ขณะที่ชาวบ้านละแวกที่เกิดเหตุเล่าว่า เมื่อคืนวันที่ 14 ก.พ. วันวาเลนไทน์ได้ยินเสียงมีคนทะเลาะกัน ที่บ้านของนายกำธร จากนั้นช่วงดึกวันที่ 15 ก.พ. มีเสียงหมาเห่าเป็นระยะๆ จนน่าสงสัย ซึ่งชาวบ้านพยายามมาสังเกตดูแต่ไม่เห็นอะไร
วันรุ่งขึ้นชุดสืบสวนขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ก่อนติดตามไปจับกุมตัวนายกำธรได้ระหว่างหนีไปหลบซ่อนที่บ้านญาติ ในพื้นที่ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี
คุมนายกำธร ปิ่นมณี ทำแผนฯ / นางสมัย อ่ำสุขชาติ ผู้ตาย
พ.ต.อ.ชัยรัตน์เผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นนายกำธรรับสารภาพโดยบอกว่าสาเหตุเพราะทะเลาะกันเรื่องเงินๆ ทองๆ จึงควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยจุดแรกที่บ้านเลขที่ 95/1 หมู่ 5 ต.บางปลาม้า ซึ่งเป็นบ้านของนายกำธร
จุดที่ 2 บริเวณกลางทุ่งนาในป่ากกจุดที่จะไปทิ้งศพ จุดที่ 3 เป็นจุดที่นำศพเข้าไปทิ้งแล้วเอาหญ้ามาหมกไว้ และจุดที่ 4 บริเวณริมคลองบางปลาม้าที่นำเสื้อผ้าผู้ตายไปทิ้งน้ำ โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาทำแผนไม่นานจากนั้นนำตัวกลับไปสอบสวนทันที เนื่องจากเกรงจะโดนญาติๆ และชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์ โดยมีญาติๆ ตามมาดูหน้านายกำธร ที่หน้าสภ.บางปลาม้า ด้วยความโกธรแค้น
โดยนางสมหมายแม่ผู้ตายเผยทั้งน้ำตาว่า ก่อนหน้านี้นายกำธรไปหาลูกสาวที่บ้าน พร้อมหลอกเอาสร้อยทองหนัก 1 บาทไป แล้วมาบอกว่าจะไปเปลี่ยนเพื่อให้เป็นทอง 2 บาท และกล่าวอ้างว่ามีรถเกี่ยวข้าว 3 คัน ซึ่งจริงๆ แล้วนายกำธรมีอาชีพหาปลาตามทุ่งนาขายเลี้ยงชีพ ไม่เป็นหลักแหล่ง แม่เองก็สงสัยการตายของลูกสาวในหลายประเด็น ว่านายกำธรวางแผนที่จะฆ่าลูกสาวหรือไม่ อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหาให้หนัก และดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ดงกกที่พบศพ
“ถึงแม้วันนี้จะรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้มาดูการทำแผน แต่ก็ได้ไปขอร้องให้ผู้ต้องหามากราบขอขมาเพื่อจะได้หมดเวรหมดกรรมกันไป และอยากถามว่าทำไมต้องมาทำกับลูกสาวแบบนี้ จิตใจทำด้วยอะไร ถึงได้โหดร้ายขนาดนี้ ไม่รักก็บอกกันดีๆ ก็ได้ไม่น่าจะมาฆ่ากัน ตั้งแต่วันที่ลูกสาวหายตัวไปก็ใจคอไม่ดี พอตอนนี้ก็ยังช็อก เพราะต่อจากนี้ครอบครัวจะอยู่กันอย่างไร ขาดเสาหลักครอบครัวไป”
นางสมหมายเผยทั้งน้ำตา


