สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ชี้แจงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถูกพาดพิงในเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 สมัยเป็นนายกฯ
โดยยืนยันว่าในปี 2553 คดีการชุมนุมที่เกี่ยวข้องกับนายอภิสิทธิ์ได้ผ่านกระบวนการยุติธรรมทุกขั้นตอนถึงที่สุดแล้ว และพิสูจน์จนสิ้นกระแสความ
นายอภิสิทธิ์ไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา มีคำพิพากษาศาลฎีกา มีคำวินิจฉัยของป.ป.ช. มีผลการพิจารณาของรายงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อปรองดองแห่งชาติ ทุกองค์กรมีเหตุผลรองรับชัดเจน
“ในเมื่อกระบวนการยุติธรรมได้ตรวจสอบแล้วและยุติแล้วว่านายอภิสิทธิ์ไม่มีความผิด ไม่ได้มีคำสั่งให้ฆ่าประชาชน จึงไม่อยากให้ใช้วาทกรรมเพื่อทำลายกันในทางการเมือง สิ่งที่สำคัญทุกคนต้องยอมรับกระบวนการยุติธรรม การนำข้อมูลไปบิดเบือนเพียงเพื่อให้เกิดประโยชน์กับฝ่ายตน มันเป็นแนวคิดที่ล้าหลังไป”
เป็นคำชี้แจงของสมาชิกพรรค ยืนยันนายอภิสิทธิ์ไม่มีความผิดคดีการชุมนุมเมื่อปี 2553
แต่ก็มีคำถามในอีกด้านหนึ่งด้วยว่า คดีได้ผ่านกระบวนการยุติธรรมทุกขั้นตอน และถึงที่สุดแล้วหรือยัง
เพราะจากการตรวจสอบพบว่า อัยการได้สั่งฟ้องต่อศาล กล่าวหานายอภิสิทธิ์กับพวกจริง ในความผิดเกี่ยวกับข้อหาฆ่าและพยายามฆ่าโดยเล็งเห็นผล
พอหลังรัฐประหาร 2557 ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง ด้วยเหตุผลว่าไม่มีอำนาจพิจารณาคดี แต่อยู่ในอำนาจของป.ป.ช. ต่อมาป.ป.ช.ไต่สวนแล้วมติไม่ฟ้อง
จากคำพิพากษาดังกล่าว ศาลให้เหตุผลไม่มีอำนาจพิจารณาคดี
แต่ศาลยังไม่ได้ชี้ว่าถูกหรือผิดจากข้อกล่าวหาทางคดี
ดังจะเห็นจากที่ผ่านมา 15 ปี คดีสลายการชุมนุม 2553 ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา ตั้งแต่ระดับเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธ และระดับผู้สั่งการ
วันนี้ยังไม่มีใครเข้าสู่กระบวนการไต่สวนในชั้นศาล เพื่อนำไปสู่คำพิพากษาว่าแต่ละคนถูกผิด หรือบริสุทธิ์หรือไม่
ยิ่งเมื่อพิจารณาจากคำสั่งศาล กรณีไต่สวนสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ชุมนุม ที่ศาลระบุชัดว่า 17 ศพ ถูกกระสุนปืนเจ้าหน้าที่ ซึ่งตรงนี้ยังไม่มีใครต้องรับผิดชอบ
สิ่งที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ชี้แจงนั้นก็ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งก็ยังไม่ผ่านการชำระไต่สวนความถูกผิดเลย
ข้าวตอกแตก