9ธ.ค.มหกรรมกีฬาชาวอาเซียน ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 จะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการที่ราชมังคลากีฬาสถาน
18 ปีเต็มๆ ที่ประเทศไทยได้กลับมาเป็นเจ้าภาพ หลังจากจัดครั้งล่าสุด พ.ศ.2550 ที่นครราชสีมา
ซีเกมส์ครั้งนี้คนไทยตั้งความหวังไว้สูง ด้วยศักยภาพเมื่อเทียบกับชาติอาเซียนด้วยกัน ทั้งความสำเร็จการจัดการ ความสำเร็จการแข่งขัน เจ้าเหรียญทองรวม เป็นเลิศกีฬาสากลยอดนิยม
แต่ความหวังของคนไทยค่อยๆ มลายหาย กลายเป็นห่วงใยและอับอาย ?!
ตัวอย่างน่าอาย ฟุตบอลคู่แรกแข่งก่อนพิธีเปิดเป็นทางการ ระหว่างเวียดนามกับลาว เจ้าภาพไม่มีคนเปิดเพลงชาติตามธรรมเนียมก่อนฟาดแข้ง นักเตะต้องร้องเพลงชาติของตัวเองกันเอง
ผ่านไป 3 วัน รมว.กีฬาหอบของไปขอโทษนักกีฬาเวียดนามและลาว พร้อมกับโอดครวญต่อเสียงโจมตีวิพากษ์วิจารณ์ความไม่พร้อม ไม่เป็นงาน
สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ รวมทั้งโลกโซเชี่ยล แฉตีแผ่ปัญหาการจัดซีเกมส์ของไทยชนิดไม่ไว้หน้าจาระไนไม่หวาดไหว
อรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.กีฬา จากพรรคกล้าธรรม กลายเป็นตำบลกระสุนตก โดนลอยแพจาก ‘อำนาจรัฐ’ ปล่อยให้รับเละคนเดียว ?!
ร่องรอย ‘อำนาจรัฐ’ ลอยแพกันเอง ปรากฏชัดตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ ??
ตอนน้ำเริ่มท่วมหาดใหญ่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ แต่งตั้ง ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ลงไปอำนวยการบัญชาการ
ทั้งที่หน้าที่นี้ควรเป็นรมว.มหาดไทย ที่คุมหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยโดยตรง อย่างกรมปภ. รวมทั้งผู้ว่าฯ ผู้บริหารท้องถิ่น
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา หาดใหญ่น้ำท่วมหนักวิปโยคทั้งเมือง นายกฯ แต่งตั้ง ผบ.ทสส. ลงไปกู้มหาภัยพิบัติ
ท่ามกลางน้ำตาเสียงร้องไห้ผู้ประสบภัย เสียงตัดพ้อต่อว่าเรื่องคาดการณ์ ผิดพลาด แก้ปัญหาล่าช้า บริหารจัดการวิกฤตไม่เป็นมืออาชีพ ฯลฯ
ภาวะผู้นำดำดิ่งรุนแรงจนต้องรุดลงหาดใหญ่ 6 รอบติดๆ โดยไร้เงารมว.เกษตรฯ ที่ยังอยู่ในพื้นที่มาร่วมลุยน้ำ ?
มองน้ำท่วมผ่าน อนุทิน-ธรรมนัส มองซีเกมส์ผ่าน อรรถกร
เห็น อำนาจรัฐล้มเหลว หมดสภาพ ??!
นายเจ็ดอักษร