อุณหภูมิการเมืองร้อนวูบวาบช่วงปลายปี เมื่อมีสัญญาณจาก ป.ป.ช.เตรียมชี้ขาดคดี “44 สส.ก้าวไกล” เสนอแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ภายในเดือนธ.ค.นี้

ส่งแรงสะเทือนล่วงหน้าถึงศึกเลือกตั้งใหญ่ปี 69 ที่พรรคประชาชน หรือ “พรรคส้มรุ่น 3” กำลังเร่งปักธงนโยบาย “ไม่เทา-เท่ากัน-ทันโลก” พร้อมเปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

ในแวดวงการเมืองรู้ดี คดี 44 สส. คือชนักปักหลังพรรคส้ม เพราะในจำนวน 44 สส. มีถึง 25 คนเป็น สส.ในปัจจุบัน

หลายคนระดับแกนนำ ตั้งแต่ “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ไล่ลงมาทั้ง ศิริกัญญา ตันสกุล, ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล, ณัฐวุฒิ บัวประทุม, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, รังสิมันต์ โรม, ธีรัจชัย พันธุมาศ, วาโย อัศวรุ่งเรือง, วรรณวิภา ไม้สน ฯลฯ เป็นต้น

แม้ป.ป.ช.ยืนยันพิจารณาความผิดรายคน ไม่เหมาเข่ง แต่ถึงอย่างนั้นหาก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดระดับเสาหลักแม้เพียงบางรายก็จะส่งผลเป็นลูกโซ่ ทั้งสิทธิการสมัครเลือกตั้ง รวมถึงต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.หากคดีเข้าสู่ศาลฎีกา

พรรคต้องดันสมาชิกแถว 3-4 ขึ้นมาคุมทัพเร่งด่วน ขณะที่ 3 แคนดิเดตนายกฯ สุดท้ายอาจเหลือแค่ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ชื่อเดียว

ขณะที่ MOA ระหว่างพรรคประชาชนกับภูมิใจไทยเริ่มออกอาการไม่สู้ดี เมื่อนายกฯ อนุทิน ประกาศชัด หากฝ่ายค้านเพื่อไทยยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อไหร่ ในฐานะผู้นำรัฐบาลเสียงข้างน้อยก็จำเป็นต้อง “ยุบสภา” เข้าสู่โหมดเลือกตั้งก่อนกำหนด

ซึ่งไม่เพียงเป็นการส่งสัญญาณเตือนพรรคคู่สัญญา MOA แต่ยังเป็นการย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยพร้อมเข้าสู่สมรภูมิเลือกตั้งทุกเมื่อ

ย้อนกลับไปคดี 44 สส. หากผลลัพธ์ทำให้พรรคส้มต้องสูญเสียระดับแม่ทัพนายกองจำนวนมาก “พลังสีส้ม” ก็จะอ่อนยวบลงทันที

ตรงกันข้ามกับพรรคสีน้ำเงิน แม้เหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่จะฉุดให้คะแนนนิยมดำดิ่ง แต่คดี 44 สส.พรรคส้ม อาจช่วยพลิกเกมให้กลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบอีกครั้งในจังหวะชี้เป็นชี้ตายทางการเมือง

เพิ่มโอกาสอนุทินกลับมานั่งเก้าอี้นายกฯ สมัยสอง พร้อมอำนาจต่อรองสูงขึ้นในการฟอร์มทีมรัฐบาลหลังเลือกตั้ง

สำหรับพรรคส้ม เหลือแค่ต้องรอดูว่าผลลัพธ์คดี 44 สส.จะฉุดเป้าหมายแลนด์สไลด์ ให้หลุดกรอบไปไกลมากน้อยแค่ไหน

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน