การเปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ภายใต้สโลแกน “เพื่อไทยทำได้” รอบนี้ ถูกจับตามากที่สุดไม่ใช่ชื่อของนักการเมืองเก๋าเกม

แต่คือชื่อสดใหม่อย่าง เชน-ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผู้ถูกวางตัวเป็นแคนดิเดต อันดับ 1

ยศชนัน ไม่ได้มาจากสายการเมืองจ๋า แต่เป็นนักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์ ดีกรีไม่ธรรมดา ตั้งแต่โรงเรียนสวนกุหลาบ ปริญญาตรี ธรรมศาสตร์ ไปถึงปริญญาโท-เอก วิศวกรรมไฟฟ้า จากสหรัฐ มีผลงานวิจัยโดดเด่นเกี่ยวกับการใช้สัญญาณสมองช่วยผู้พิการ

หากได้เป็นนายกฯ ก็จะเป็นคนแรกที่มาจาก “สายวิทย์” อย่างแท้จริง

ยศชนัน เคยลงสมัครสส. เมื่อปี 2557 และชนะเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งถูกตัดสินเป็นโมฆะ ทำให้เส้นทางการเมืองสะดุดตั้งแต่ต้น

วันนี้พรรคเพื่อไทยดึงยศชนันกลับมาเป็นหัวหอกฟื้นศรัทธาที่แผ่วลง ทวงคืนภาพพรรคที่เคยชนะเลือกตั้งแทบทุกครั้งนับแต่ยุคไทยรักไทย

จุดขายของยศชนัน คือความนิ่ง สุขุม ตอบคำถามแบบมีเหตุมีผล ยึดข้อมูล ข้อเท็จจริง และไม่มีภาพลบติดตัว ถูกมองเป็น “อาวุธลับ” สร้างความแตกต่างจากนักการเมืองสายปะทะในยุคขัดแย้งสูง

แต่ที่เลี่ยงไม่พ้น คือสายเลือดการเมือง ยศชนัน เป็นลูกของสมชาย กับเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ทำให้คำถามเรื่องไฟเขียวจาก “ทักษิณ” และภาพนายกฯ “ตระกูลชิน” ถูกนำมาผลิตซ้ำ

ที่น่าสนใจกว่าก็คือ ยศชนัน ตอบข้อครหานี้ด้วยประโยคว่า “เราอาจจะเป็นคนตัวเล็กบนมือของยักษ์ใจดี” ก่อนขยายความด้วยแนวคิดเดียวกับคำพูดของเซอร์ไอแซก นิวตัน นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ว่า “การมองไปไกลได้ เพราะยืนอยู่บนไหล่ของยักษ์”

ความหมายของยศชนัน ไม่ใช่ปฏิเสธความสัมพันธ์ แต่ยอมรับว่าความใกล้ชิดกับตระกูลชินวัตร พรรคเพื่อไทย และประชาชน คือต้นทุนความเข้าใจปัญหา เป็นประสบการณ์สะสม เป็นแรงสนับสนุน ทำให้นโยบายไม่ใช่แค่คำสวยหรู แต่มีโอกาสทำได้จริง

ความสัมพันธ์กับตระกูลชินวัตร ที่หลายคนมองเป็นจุดอ่อน จึงอาจเปลี่ยนเป็นจุดแข็งได้ หากยศชนัน ใช้ “ไหล่ของยักษ์” อย่างรู้คุณค่าได้ตามที่พูด

ส่วนจะนำพาพรรคเพื่อไทยพลิกเกมกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งได้หรือไม่ ประชาชนจะเป็นผู้ให้คำตอบสุดท้าย

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน