ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มจีนสีเทา และการเมืองสีเทา แน่นอนว่าสังคมย่อมรู้จัก และตระหนักกันไม่ใช่น้อย เพราะกำลังสร้างความเสียหาย และผลกระทบเกาะกินสังคมไทยอย่างหนัก
เรื่องเทาๆ จึงกลายเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมในวันนี้
ขนาดการหาเสียงเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 เรื่องการเมืองเทา หรือทุนเทา ยังถูกพรรคการเมือง และผู้สมัครสส. นำไปใช้หาเสียง อาทิ มีเราไม่มีเทา อะไรทำนองนี้เป็นต้น
เมื่อห้วงไม่กี่วันก่อน นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นำทีมประชุมเกี่ยวกับการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน ยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกิจทางการเงินต้องสงสัย
โดยมีรมว.ยุติธรรม รมว.ดิจิทัลฯ ปลัดกระทรวงที่เกี่ยว เลขาฯ ปปง. อธิบดีดีเอสไอ ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ เลขาฯ ก.ล.ต. เข้าร่วมพร้อมเพรียง
เป็นการประชุมเพื่อยกระดับวางมาตรการปราบทุนเทา และขบวนการฟอกเงิน
จากนั้นนายกฯ แถลงถึงผลประชุม และมาตรการควบคุมปราบปราม
ขณะเดียวกันก็มีข้อสังเกต และคำถามถึงนายกฯ ในลักษณะทำไมมาตรวจสอบเรื่องทุนเทาในช่วงเลือกตั้ง เกี่ยวข้องกับการเมือง และต้องการหวังผลอะไรหรือไม่ นายกฯ ปฏิเสธ บอกว่าไม่มี
ก็สุดแล้วแต่สังคม จะเชื่อหรือไม่เชื่อ
นอกจากนี้ยังคำให้สัมภาษณ์ของรมว.ดิจิทัลฯ โดยระบุมีข้อมูลพรรคการเมือง และนักการเมืองเกี่ยวข้องกับทุนสีเทา
มีทั้งผู้สมัครสส. อดีตสส. และมีมากกว่า 1 พรรคการเมือง ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบ
สุดท้ายรมว.ดิจิทัลฯ ก็ปฏิเสธเช่นกัน ไม่เกี่ยวข้องกับช่วงเลือกตั้ง แต่เมื่อตรวจสอบเจอก็ต้องจัดการ
กรณีนี้รมว.ยุติธรรมเองก็เคยระบุเช่นกัน มีอยู่ราว 10 ราย เข้าข่ายเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน สแกมเมอร์ และเครือข่ายยาเสพติด
พร้อมยืนยันจะเปิดปฏิบัติการจับกุมเร็วๆ นี้
นับตั้งแต่การแถลงของนายกฯ อนุทิน ตลอดจนการให้สัมภาษณ์ และตอบคำถามของรมว.ดิจิทัลฯ รมว.ยุติธรรม
ย่อมเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะสังคมอยากเห็นมาตลอด รัฐบาลและหน่วยงานรัฐเอาจริงที่จะปราบปรามกวาดล้างขบวนการสีเทาทั้งหลาย
โดยเฉพาะพรรคและนักการเมืองที่เข้าไปเกี่ยวข้อง
แต่ขณะนี้ก็ผ่านมาพอสมควรแล้ว สังคมจึงถามว่าแล้วเมื่อไหร่จะจับเสียที อย่าให้รอนาน
ข้าวตอกแตก