หลังมหาอุทกภัยผ่านพ้นไป ภาพที่ควรเห็นคือการฟื้นฟู การเยียวยาและการพยุงเศรษฐกิจท้องถิ่นให้กลับมายืนได้อีกครั้ง แต่สำหรับ “หาดใหญ่” เมืองหลวงเศรษฐกิจภาคใต้ ยังไม่เป็นเช่นนั้น

มีแต่ความเงียบจากรัฐบาล และความอ่อนแรงของประชาชนกับผู้ประกอบการที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดกันเอง

ตัวเลขอัตราเข้าพักโรงแรมเหลือเพียง 10-20% แม้จะผ่านช่วงไฮซีซั่นปลายปีไปแล้ว สะท้อนว่าการท่องเที่ยวหาดใหญ่ยังทรุดหนัก ธุรกิจจำนวนมากยังไม่สามารถกลับมาเปิดเต็มรูปแบบ บางแห่งเปิดแล้วแต่แทบไม่มีลูกค้า รายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย

คำถามคือแล้วจะอยู่ต่ออย่างไร เมื่อความช่วยเหลือจากรัฐยังนิ่งสนิท

ผลกระทบไม่ได้แค่ผู้ประกอบการโรงแรม แต่ลามไปถึงลูกจ้าง แรงงาน พนักงาน แม่บ้าน คนขับรถ ร้านอาหาร ร้านค้ารอบเมือง ทุกฟันเฟืองในระบบเศรษฐกิจหาดใหญ่กำลังชะงัก หากปล่อยให้ฟื้นตัวตามธรรมชาติอย่างที่เป็นอยู่ หลายกิจการอาจต้องปิดถาวร หลายคนต้องตกงาน และเมืองต้องใช้เวลานานกว่าจะกลับมายืนได้อีกครั้ง

น่าเจ็บปวดที่สุดคือความรู้สึกว่า “หาดใหญ่กำลังถูกลืม” แม้การเมืองอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่รัฐบาลที่ยังมีอำนาจสั่งการ กลับไม่มีสัญญาณชัดเจนในการช่วยเหลือ ทั้งที่เอกชนพยายามเสนอแนวทางและดิ้นรนช่วยตัวเอง ตั้งแต่เจรจาแพลตฟอร์มจองออนไลน์ ไปจนถึงดึงอินฟลูเอนเซอร์จากมาเลเซีย มาช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว

แต่ทั้งหมดนี้คือการ “เอาตัวรอด” ไม่ใช่การฟื้นฟูเป็นระบบ

ความรู้สึกสองมาตรฐานยิ่งตอกย้ำ เมื่อรัฐบาลพูดถึงปัญหาอื่นๆ รายวัน แต่แทบไม่พูดถึงหาดใหญ่ ทั้งที่คือหัวใจเศรษฐกิจภาคใต้ เป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศ หากเมืองหาดใหญ่จมูกยังไม่พ้นน้ำ ผลกระทบย่อมไม่ใช่เรื่องเล็ก

ประเทศไทยกำลังจะเดินสู่การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.2569 บทเรียนทางการเมืองเรียบง่ายไม่ซับซ้อน ประชาชนจำได้ว่าใครยืนอยู่ข้างพวกเขาในยามลำบาก และจำได้เช่นกันว่าใครเลือกที่จะเดินหนีไป บางพรรคการเมืองอาจคิดว่าประชาชนลืมง่าย

แต่ในคูหาเลือกตั้งชาวหาดใหญ่อาจ “ลืม” บางพรรคกลับคืนเช่นกัน

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน