เข้าโค้งสุดท้ายกันแล้ว สำหรับการเลือกตั้ง 2569 ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 ก.พ. ซึ่งจะรู้กันแล้วว่าใครจะได้เป็นรัฐบาล บริหารประเทศในอีก 1 เทอม หรือ 4 ปีข้างหน้า
ซึ่งแนวโน้มก็คงเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์การเมืองมองเอาไว้ ว่าจะเป็นการแข่งกันระหว่าง 3 ขั้วใหญ่คือ แดง ส้ม น้ำเงิน
จะดุเดือดกันมากๆ เรียกได้ว่า 3 ขั้วนี้อาจจะได้สส.ทั้งแบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ รวมกันอาจจะเหยียบๆ 400 เสียงเลยทีเดียว
เหลืออีก 100 เสียงให้กับพรรคขนาดกลาง และขนาดเล็กสอดแทรกเข้ามาได้บ้าง
แถมการแข่งขันก็ยังขับเคี่ยวเข้มข้น ยากที่จะบอกว่าใครจะชนะขาด โดยอันดับที่ 1-2-3 คะแนนเสียงอาจจะไม่ห่างกันมากก็เป็นได้
จึงจะเห็นได้ว่าในช่วงท้ายๆ เรื่องนโยบายโน่นนี่นั่นที่ใช้หาเสียง บอกกล่าวเล่าความกับประชาชนเริ่มจะถูกละเลย
กลายมาเป็นเรื่องจุดยืนทางการเมือง และเริ่มประกาศตัวว่าดีกว่าคนอื่นอย่างไร
ดังจะเห็นได้จากวาทกรรมที่สาดใส่กันว่าคนนั้นเทาเข้ม เทาอ่อน คนนั้นรักชาติ ไม่รักชาติ คนนั้นทำเพื่อประเทศ หรือไม่ก็เพื่อตัวเอง
ก็ถือเป็นเรื่องดีที่ประชาชนอย่างเราจะได้รับฟังข้อมูล จุดยืนของแต่ละพรรคการเมือง เพื่อเอาไว้ตัดสินใจเลือกผู้แทนฯ ที่จะเข้าไปกำหนดอนาคตของประเทศ และของตัวเราด้วย
แต่ที่แย่ และน่าเป็นห่วงมากที่สุดก็คือเรื่องการใช้อำนาจรัฐ และอำนาจเงินที่หวังจะโน้มน้าวการตัดสินใจของประชาชน
ถึงขนาดผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเองยังบอกว่าพบการเบิกเงินสดผิดปกติ แลกเป็นแบงก์ร้อย เป็นหลักร้อยล้าน
บางที่จ่ายกัน 2-3 พันต่อหัว จ่ายรอบแรกแล้วไม่พอ มีจ่ายกันอีกรอบ และว่าจะจ่ายเพิ่มอีกหลังจบงาน
จ่ายกันสูงลิบลิ่วแข่งกับอัตราเงินเฟ้อ เกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า
ทุกคนรู้ ทุกคนเห็น น่าเสียดาย ที่กกต.กลับไม่รู้ไม่เห็น
จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนก็คงต้องพึ่งพากันเอง ตักเตือนกันเองว่าอย่าไปเห็นแก่เศษเงิน ที่เขาจะเข้าไปถอนทุนคืนกันในภายหลัง
แสดงเจตจำนงที่ชัดเจนว่าต้องการรัฐบาลแบบใด และสุดท้ายเมื่อผลปรากฏออกมาก็ต้องยอมรับ อย่าพยายามใช้กลไกอื่นๆ บิดเบือนฉันทามติของประชาชน
ให้ประเทศนี้ได้ก้าวพ้นจากวงจรอุบาทว์ เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเสียที
หวังว่าคงไม่ได้ขอมากเกินไป!!!
รุก กลางกระดาน