ตลอดในห้วงกว่า 20 ปี เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล หรือได้รัฐบาลใหม่ ไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้ง หรือรัฐประหารก็ตาม
หนึ่งในนโยบายที่ถูกถามไถ่ และคาดหวังจากสังคม คือจะเข้ามาแก้ปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร
เนื่องจากปัญหาชายแดนใต้ หรือไฟใต้ เป็นเรื่องคาราคาซังมานาน
ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่งในทุกรัฐบาล
เพราะถ้าทำให้สถานการณ์ทุเลาบรรเทา หรือถ้าแก้ไขเพื่อนำไปสู่สันติภาพอย่างยั่งยืนถาวรได้ ย่อมเป็นผลงานอันยอดเยี่ยม
หลังเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ผู้ชนะการเลือกตั้ง ได้พูดถึงการแก้ปัญหาไฟใต้ได้อย่างน่าคิด และน่าติดตาม
“ในรอบนี้เรามีสส.มุสลิมเพิ่มขึ้น 12 คน เชื่อว่าเราจะนำความสงบ ความสามัคคี ความเรียบร้อยมาสู่จังหวัดชายแดนใต้ รวมถึงความหวังมากขึ้น เพราะพวกเราไม่มีคำว่าแตกต่างกันในเรื่องเชื้อชาติศาสนา สิ่งที่พวกเรามีทั้งหมดคือความเป็นคนไทย”
นายกฯ อนุทินพูดอย่างมีความหวังปัญหาชายแดนจะยุติลงได้ในรัฐบาลยุคตนเอง
ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่ห้วงปัจจุบัน ปรากฏว่าก่อนวันเลือกตั้งเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายกระจายกันหลายจุดบุกวางระเบิดและเผาปั๊มน้ำมัน รวมหลายจุดทั่ว 3 จังหวัดชายแดนใต้
รวมทั้งยังมีการก่อเหตุสร้างความปั่นป่วน แสดงสัญลักษณ์เรียกร้องการปลดปล่อย
ล่าสุดเกิดเหตุระเบิดพร้อมกันอีกหลายแห่งในพื้นที่
จึงเป็นโจทย์อันท้าทายรัฐบาลอนุทิน มีมุมมองและวิธีการต่อมาตรการดับไฟใต้อย่างไร
จะนำมาตรการทางการทหารมานำการเมือง กลับมาอีกหรือไม่
เพราะที่ผ่านมาจะเห็นว่า เมื่อรัฐบาลที่มีแนวคิดในเชิงอุดมคติอนุรักษนิยม มักใช้มาตรการอันแข็งกร้าว หรือความเป็นระบบระเบียบเข้ามาจัดการ
แต่ก็ผ่านการพิสูจน์ในระดับหนึ่งแล้วไม่ได้ผล
ดังนั้น การที่นายอนุทินพูดถึงความหวังที่จะนำความสันติสุขมาสู่พื้นที่ชายแดนภาคใต้
ก็หวังว่าจะเป็นในแนวทางพูดคุยเจรจาเป็นหลัก มากกว่าการบังคับใช้กฎหมายอย่างดุดันและแข็งกร้าว
เพราะที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่า มาตรการอย่างหลังไม่ได้ผล
ข้าวตอกแตก