การตัดสินใจของเพื่อไทยในการเข้าร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทย
ได้รับการอธิบายจากนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนายภูมิธรรม เวชยชัย ว่า เป็นการเคารพเสียงประชาชน และเลือกหนทาง “ได้ลงมือทำ” มากกว่ายืนวิจารณ์อยู่ข้างสนาม
เหตุผลหลักคือการยอมรับผลเลือกตั้ง เพื่อไทยได้อันดับ 3 ขณะที่ภูมิใจไทยได้อันดับ 1 เมื่อประชาชนไม่ได้มอบเสียงข้างมากให้ก็ต้องเคารพ และประเมินตามความจริงทางการเมือง การร่วมรัฐบาลเป็นทางเลือกทำให้เพื่อไทยยังผลักดันนโยบายได้บางส่วน
ในทางปฏิบัติ ภูมิธรรมอธิบายตรงไปตรงมาว่า ฝ่ายค้านอาจพูดได้เต็มที่ แต่รัฐบาลคือพื้นที่ของการลงมือทำ ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ยาเสพติด ความเหลื่อมล้ำ ต้องได้รับการแก้ไข การเมืองไม่ใช่เรื่องศักดิ์ศรีของพรรค แต่คือความรับผิดชอบต่อประเทศ
คำถามคือ เหตุผลเหล่านี้ฟังขึ้นหรือไม่
ในแง่หลักการประชาธิปไตยถือว่าฟังขึ้น การเมืองหลังเลือกตั้งเมื่อไม่มีใครได้เสียงข้างมากเด็ดขาด พรรคอันดับ 3 มีสิทธิ์ชั่งน้ำหนักว่าจะใช้อำนาจที่ได้มาจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างไร
การยอมรับเสียงประชาชนที่เลือกพรรคอันดับ 1 ก็เป็นท่าทีสอดคล้องกับกติกา
การยืนยันว่า “เสียงประชาชนไม่เทา” และการร่วมรัฐบาลไม่ได้แปลว่ายอมละทิ้งอุดมการณ์ เป็นการขีดเส้นแบ่งระหว่างความร่วมมือทางอำนาจ กับความเชื่อทางการเมืองออกจากกันชัดเจน
แต่อีกมุมหนึ่งก็มีเหตุผลทำให้หลายคนคาใจ โดยเฉพาะผู้สนับสนุนที่คาดหวังให้พรรคยืนหยัดในเรื่องฮั้ว สว. และกรณีเขากระโดง แม้จุลพันธ์จะบอกว่าเดินหน้าต่อ แต่การไม่ได้เป็นแกนนำรัฐบาลย่อมมีข้อจำกัดทางอำนาจ
คำถามจึงอยู่ที่ว่า การร่วมรัฐบาลจะทำให้ประเด็นที่เคยปักหมุดไว้ถูกลดทอนลงหรือไม่
สุดท้ายแล้วเหตุผลฟังขึ้นหรือไม่ไม่ได้อยู่ที่คำอธิบาย แต่อยู่ที่ผลลัพธ์จริง หากการร่วมรัฐบาลทำให้เศรษฐกิจ ปากท้อง สังคมดีขึ้น และยังรักษาจุดยืนสำคัญได้ เหตุผลทั้งหมดก็จะมีน้ำหนัก
ไม่ว่าอย่างไร ผลงานจะเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดีที่สุด และประชาชนจะตัดสินอีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
มันฯ มือเสือ