เมื่อวันก่อน พรรคประชาชนจัดสัมมนาใหญ่ ถอดบทเรียนหลังเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 พร้อมๆ กับยอมรับกับบทบาทหน้าที่พรรคร่วมฝ่ายค้านอีกสมัย
ขณะเดียวกัน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ยังให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพรรคภูมิใจไทยปิดดีลจัดตั้งรัฐบาลผสม 300 เสียง โดยที่ไม่มีพรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์
“คิดว่าเป็นไปได้ ผมไม่ได้ติดขัดอะไร คนที่ไม่ได้เป็นรัฐบาล ก็มาทำหน้าที่ตรวจสอบร่วมกัน” หัวหน้าเท้งยืนยันไม่ติดขัดอะไร
พร้อมระบุด้วยว่า หากมองอีกแง่หนึ่ง หากพรรคกล้าธรรมทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างตรงไปตรงมา ก็อาจจะมีข้อมูลวงใน ที่พร้อมสำหรับการตรวจสอบรัฐบาลได้ดียิ่งขึ้นด้วยซ้ำ
แต่คงไปตอบแทนไม่ได้ บอกได้แค่พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์ หรือทุกพรรคที่เป็นฝ่ายค้าน ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบของตัวเองอย่างตรงไปตรงมาที่สุด
จากคำให้สัมภาษณ์ของนายณัฐพงษ์ และท่าทีของพรรคประชาชน ก็ค่อนข้างจะแน่นอน พรรคร่วมฝ่ายค้านหลักๆ ก็จะนำโดยพรรคประชาชน กล้าธรรม และประชาธิปัตย์ รวมๆ แล้วมีอยู่ราว 200 เสียง
ที่ผ่านมาพรรคประชาชนในบทบาทฝ่ายค้าน ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่ยุคพรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกล
ก็เป็นที่ประจักษ์ชัดแก่สังคมว่าเป็นอย่างไร เป็นฝ่ายค้านที่มีคุณภาพ และตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น ถึงรากถึงโคนหรือไม่
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์นั้น บรรดาคอการเมืองรุ่นเก่า แฟนคลับเก่าๆ น่าจะรู้จักกันดี
ตั้งแต่ยุคผู้อาวุโส นายชวน หลีกภัย จนปัจจุบันยุคนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่คัมแบ๊กหัวหน้าเข้ามากอบกู้พรรค
โดยเฉพาะในช่วงที่นายอภิสิทธิ์เคยเป็นผู้นำฝ่ายค้าน เมื่อสิบกว่าปีก่อน ก็เกิดเหตุการณ์ลือลั่น และชุลมุนกลางที่ประชุมสภามาแล้ว
เชื่อว่าหลายคนคงจำกันได้ไม่มากก็น้อย
สำหรับพรรคกล้าธรรม และร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นั้น สังคมเคยเห็นแต่บทบาทในฐานะร่วมรัฐบาล เป็นรัฐมนตรี ยังไม่เคยเป็นฝ่ายค้าน
จึงน่าติดตามอย่างยิ่งกับบทบาทหน้าที่ใหม่ และจะไปกันได้กับพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ ได้หรือไม่