ต่อกระแสข่าวเพื่อไทยวางตัว ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรมว.อว. แสดงความเห็นสรุปรวบรัดได้ว่า กระทรวงนี้ไม่ใช่แค่แจกทุนวิจัย แต่คือ “แกนยุทธศาสตร์” กำหนดทิศทางเทคโนโลยีของชาติในยุคที่ AI, ไบโอเทค และควอนตัม ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
แต่เป็นโครงสร้าง “อำนาจใหม่” ที่กระทบเศรษฐกิจ ความมั่นคง และความเป็นธรรมทางสังคม
เหตุผลสนับสนุนยศชนัน มี 3 ประเด็นหลัก
หนึ่ง ความเป็น “นักคิดเชิงระบบ” มากกว่านักบริหารเชิงพิธีการ จากบทบาทอดีตรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย ม.มหิดล ซึ่งต้องกำกับยุทธศาสตร์งานวิจัยทั้งระบบ ตั้งแต่มาตรฐานสากล การจัดสรรทุน ไปจนถึงการเชื่อมงานวิจัยกับภาคอุตสาหกรรม
นี่คือทักษะที่จำเป็นหาก อว.จะขยับจากการวัดผลงานด้วยจำนวนงานตีพิมพ์ ไปสู่การวัดผลกระทบต่อเศรษฐกิจจริง
สอง ความรู้ด้านเทคโนโลยีขั้นลึก โดยเฉพาะสายประสาทวิศวกรรมและ AI เป็นข้อได้เปรียบ เพราะการกำกับดูแล AI ต้องเข้าใจโครงสร้างข้อมูล อัลกอริทึม ฯลฯ
หากรัฐมนตรีไม่เข้าใจ “ของจริง” การกำหนดนโยบายอาจล่าช้าหรือผิดทิศ
สาม มุมมอง “กรอบคุณธรรมเทคโนโลยี” ไทยจะเดินตามโมเดลปล่อยเสรีสุดขั้วแบบซิลิคอนวัลเลย์ หรือเข้มงวดแบบอำนาจนิยม ไม่ใช่คำตอบง่ายๆ
ประเทศจำเป็นต้องมีทางสายกลางที่ยอมรับพลังเทคโนโลยี แต่ไม่ละเลยความเป็นธรรมและความยั่งยืน
ในเชิงการเมือง การผลักดันคนที่มีภาพลักษณ์เชิงวิชาการสูงเข้าสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีย่อมต้องเผชิญแรงเสียดทานจากระบบราชการและเครือข่ายผลประโยชน์เดิม จึงต้องมีพลังทางการเมืองรองรับ
ประเด็นจึงไม่ใช่แค่ความเก่งของตัวบุคคล แต่คือความชัดเจนของรัฐบาล ว่าจะยกระดับ อว.เป็นคานงัดยุทธศาสตร์จริงหรือไม่ หากตั้งใจเพียงประคองสถานการณ์ ใครมานั่งก็ไม่ต่างกัน
แต่ถ้ามองไกลถึงการแข่งขันด้าน AI และอธิปไตยทางเทคโนโลยีในทศวรรษหน้า
การเลือกคนที่เข้าใจทั้งระบบวิชาการและภูมิทัศน์เทคโนโลยี คือ “จุดตั้งต้นสำคัญ”
และ “ยศชนัน” คือคำตอบ
มันฯ มือเสือ