คดีเข้าชื่อแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล เดินเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ

เมื่อมีข่าว ป.ป.ช.เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาทับซ้อนกับการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นประเด็นการเมืองน่าจับตามากขึ้น

สาระสำคัญคือ ขั้นตอนหลังจากนั้น ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดจังหวะทางการเมืองระยะสั้น

ป.ป.ช.อธิบายว่า เมื่อศาลฎีการับคำร้องแล้ว ยังต้องผ่านกระบวนการตรวจเอกสาร ออกเลขคดี และที่สำคัญคือ การตั้งองค์คณะผู้พิพากษาเสียก่อน จุดนี้เองที่เป็นเงื่อนไขสำคัญ เพราะการที่ผู้ถูกร้องต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีองค์คณะแล้วเท่านั้น

หมายความว่า แม้สังคมจะจับตาว่า ใน 44 อดีตสส.ก้าวไกล ที่เป็น 10 สส.พรรคประชาชนในปัจจุบัน จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีหรือไม่ ในวันยื่นคำร้อง

แต่ในทางปฏิบัติ โอกาสจะเป็นเช่นนั้นไม่มากนัก เพราะกระบวนการยังไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะเมื่อช่วงเวลายื่นคำร้องไปชนกับวันหยุดยาวสงกรานต์

เมื่อพิจารณาตามกรอบกฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 87 ที่ใช้คำว่า “ให้ดำเนินการโดยเร็ว” แต่ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาชัดเจน ยิ่งเปิดช่องให้กระบวนการขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของศาลเอง

ซึ่งในทางปฏิบัติ “โดยเร็ว” ไม่ได้แปลว่า “ทันที” เสมอไป

ที่มีความเป็นไปได้สูง จึงอยู่หลังช่วงสงกรานต์ เมื่อองค์คณะผู้พิพากษาตั้งเรียบร้อยแล้ว การต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่อาจตามมาในจังหวะนั้น หากเป็นไปตามนี้จะส่งผลกระทบเสียหายโดยตรงต่อ 10 สส. และพรรคประชาชน

ในทางการเมืองเรื่องนี้จึงมีสองชั้นทับซ้อนกันอยู่ คือ จังหวะเวลาที่กดดันรัฐบาลในช่วงเริ่มต้นบริหารประเทศ เพราะการแถลงนโยบายอาจถูกเบี่ยงเบนความสนใจไปยังคดี 44 สส.ก้าวไกล

ชั้นที่สองคือ หาก 10 สส.พรรคประชาชนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จริง ก็จะกระทบต่อพลังเสียงฝ่ายค้านในสภา ทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ

แม้ไทม์ไลน์ชัดเจนจะชี้ไปที่ช่วงหลังสงกรานต์ แต่แรงกระเพื่อมทางการเมืองเริ่มต้นขึ้นแล้ว ตั้งแต่ก่อนคำร้องจะถูกส่งไปถึงศาลฎีกาด้วยซ้ำ

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน