ชาวโลกยังต้องอยู่กันอย่างระแวดระวัง ต้องลุ้นหนัก สหรัฐและอิสราเอลจะรบกันต่อกับอิหร่านหรือไม่

เพราะขณะนี้การเจรจาของทั้ง 2 ฝ่ายล่มเสียแล้ว จบดีลสันติภาพไม่ได้

ส่งผลสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางกลับมาคุกรุ่นอีก

แม้ 2 ฝ่ายยังคุมเชิงกัน แต่ก็สุ่มเสี่ยงได้ทุกเมื่อ

จากการสู้รบรอบแรก 40 วัน ก็เห็นแล้วว่าส่งผลกระทบไปทั่วโลก

โดยเฉพาะการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกถูกปิดกั้น

ในช่วงนั้นคนไทยเองต่างก็รู้ซึ้งถึงผลกระทบราคาน้ำมันที่พุ่งพรวด

บรรยากาศโกลาหล ผู้คนแห่เติมน้ำมันจนหมดปั๊ม เกิดการกักตุน น้ำมันขาดแคลน วุ่นวายไปทั้งประเทศ

รัฐบาลเองก็เหนื่อย ถูกสวดต่อว่าสารพัดถ้อยความ

ตามด้วยผลกระทบต่อภาคการขนส่ง เกษตร สินค้าอาหารสด เครื่องอุปโภคบริโภคขึ้นตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เนื่องจากต้นทุนน้ำมันถีบตัวสูงขึ้น

ดังนั้น ถ้ารบกันอีกและราคาน้ำมันโลกดีดตัวขึ้น แย่ไปตามๆ กันแน่

จากผลกระทบรอบแรกนั้น รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล อนุมัติงบกลาง 7.7 พันล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน

โดยหลักๆ แบ่งเป็น 3 ด้าน คือดูแลกลุ่มเปราะบาง ด้วยการขยายวงเงินซื้อสินค้าผ่านบัตรคนจน จาก 300 บาท เป็น 400 บาท ระยะเวลา 1 เดือน

ต่อด้วยการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ขับรถรับจ้างที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าแบบไม่ประจำทาง

สุดท้ายมาตรการบรรเทาค่าครองชีพผ่านโครงการธงเขียว ธงฟ้า ไทยช่วยไทย เป็นต้น

แต่ก็มีข้อทักท้วงที่น่าสนใจจากพรรคประชาชน แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน

โดยมองว่าจริงๆ แล้วจัดงบช่วย 3 พันล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 4.7 พันล้านบาท เป็นงบเดิมสำหรับผู้ถือบัตรคนจนในปีงบฯ 2569

อีกทั้งในงบใหม่ที่เพิ่มเข้ามานั้นก็ยังไม่ครอบคลุมทุกกลุ่ม เช่น ภาคประมง เม็ดพลาสติก และปุ๋ย เป็นต้น

โดยเฉพาะเรื่องปุ๋ยยูเรีย ที่รัฐบาลเองก็ยืนยันว่ามีใช้แค่กลางเดือนพ.ค.เท่านั้น

ดังนั้น รัฐบาลต้องนำไปทบทวน และเตรียมรับมือแก้ปัญหาได้แล้ว

ข้าวตอกแตก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน