คดียิงสส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ มาถึงจุดสำคัญที่หลายฝ่าย โดยเฉพาะชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เคลือบแคลงสงสัย และตั้งคำถามกันกว้างขวาง
ก็ในเมื่อจับกุมทีมก่อเหตุได้ 5 คน เป็นอดีตทหารพราน และอดีตทหารนาวิกโยธิน แถมยังเบิกรถของกอ.รมน. มาใช้ก่อเหตุอีกด้วย
แต่ทำไมยังสาวไปไม่ถึงคนบงการเบื้องหลัง
มีความพยายามจะตัดตอน ตัดจบแค่ 5 ผู้ต้องหาหรือไม่
จนทำให้สส.กมลศักดิ์ ผู้เสียหาย ต้องแจ้งความดำเนินคดีเอง
กล่าวหา น.อ.นายทหารกอ.รมน.นราธิวาส กับ น.ต.นายทหารการข่าวนาวิกฯ เป็นผู้สนับสนุนการก่อเหตุ
จึงต้องติดตามดูว่า หลังตำรวจออกหมายเรียกทั้งคู่ให้มาพบแล้ว จะถูกแจ้งข้อหาหนักเบาอย่างไร หรือไม่
รวมถึงกรณีที่ สส.ผู้เสียหาย ทนายความ และนักกฎหมายในพื้นที่ เรียกร้องให้ดึงข้อมูลตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ของกลุ่มผู้ต้องหา ที่อาจจะพบความเชื่อมโยงไปถึงคนบงการ และเครือข่ายเฉพาะกิจลับต่างๆ
โดยมีข้อสังเกต และข้อเปรียบเทียบในทำนองว่า เวลาเจ้าหน้าที่ทำคดีความมั่นคง ก็จะเช็กข้อมูลโทรศัพท์ออกมาได้ทันที
เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายใยแมงมุม แต่ทำไมคดียิงสส.กมลศักดิ์ ถึงล่าช้า
ทั้งที่เจ้าหน้าที่มีอุปกรณ์เครื่องมืออยู่ในมืออยู่แล้ว และมีอำนาจเรียกข้อมูลจากบริษัทมือถือด้วย เหมือนกับเวลาทำคดีความมั่นคง
จึงอยากให้เจ้าหน้าที่แสดงความโปร่งใส ทำงานให้เร็วเหมือนคดีความมั่นคง
“หลายคดีที่ผ่านมา เพียงข้อมูลจากการซักถามภายใต้กฎหมายพิเศษ ก็สามารถนำไปสู่การแจ้งข้อกล่าวหาได้อย่างรวดเร็ว แต่ในคดีนี้มีการร้องทุกข์อย่างเป็นทางการ มีองค์ประกอบความผิดชัดเจน กลับดำเนินการล่าช้า จนอาจทำให้สังคมตั้งคำถามถึงความเสมอภาคในการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ”
สส.กมลศักดิ์ตั้งข้อสังเกตถึงมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ ที่ต่างกันแทบจะลิบลับ
หวังว่าเจ้าหน้าที่จะตระหนักต่อเรื่องนี้
ที่สำคัญอย่าปล่อยให้ชาวบ้านรู้สึกถึงความแตกต่างในการปฏิบัติ ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อสถานการณ์ชายแดนใต้
ข้าวตอกแตก