การเมืองไทยเข้าสู่เกมตรวจสอบน่าจับตาอีกครั้ง เมื่อพรรคประชาชนนำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จับมือพรรคประชาธิปัตย์และสว.บางส่วน
ยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 ขอให้ประธานรัฐสภาส่งเรื่องต่อประธานศาลฎีกา
เพื่อแต่งตั้งคณะไต่สวนตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช. กรณียกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ
เนื่องจากมีข้อสงสัยว่าการตรวจสอบของ ป.ป.ช. ได้ทำอย่างครบถ้วน โปร่งใสและเป็นอิสระจริงหรือไม่
ฝ่ายค้านแจกแจง 4 ข้อกล่าวหา ได้แก่ การไต่สวนที่ไม่รอบด้าน การใช้ดุลพินิจที่อาจขัดกับข้อเท็จจริงที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัย การเปิดเผยข้อมูลล่าช้าและการละเลยประเด็นขัดกันแห่งผลประโยชน์
ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เติมน้ำหนักเรื่องนี้ โดยชี้ให้เห็นว่าหากบริษัทที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่าเกี่ยวข้องกับนายศักดิ์สยาม เข้าไปรับงานในหน่วยงานที่อยู่ภายใต้กำกับดูแลของนายศักดิ์สยามจริง ย่อมเป็นประเด็นที่ควรต้องตรวจสอบอย่างจริงจัง
ในทางกฎหมายยังไม่มีข้อสรุป แต่ในทางการเมืองเรื่องนี้คือบททดสอบสำคัญของหลายฝ่าย
โดยเฉพาะประธานรัฐสภา ซึ่งตามรัฐธรรมนูญไม่ได้มีหน้าที่วินิจฉัยว่า ป.ป.ช.ผิดหรือถูก
แต่มีหน้าที่พิจารณาว่าคำร้องและหลักฐานที่ยื่นมามี “เหตุอันควรสงสัย” เพียงพอที่จะส่งต่อให้ศาลฎีกาตรวจสอบหรือไม่
หากส่งต่อก็จะเป็นการเปิดทางให้กระบวนการตรวจสอบเดินหน้าอย่างโปร่งใส คลายข้อสงสัยของสังคม
แต่ถ้าไม่ส่งต่อ คำถามก็จะทิ่มแทงขึ้นทันทีว่า เหตุผลคืออะไร และการใช้ดุลพินิจดังกล่าวสอดคล้องกับหลักนิติรัฐหรือไม่
หมากเกมนี้ของฝ่ายค้านจึงไม่ใช่แค่ตรวจสอบ ป.ป.ช. หรือคดีนายศักดิ์สยาม
แต่ยังเป็นการเปิดช่องให้สังคมได้ร่วมตรวจสอบความเชื่อมโยงว่า ประธานรัฐสภา ป.ป.ช. และนายศักดิ์สยาม เกี่ยวพันกันอย่างไรหรือไม่
เพื่อสังคมจะตัดสินได้ด้วยตัวเองว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” เป็นแค่วาทกรรมทางการเมือง
หรือมีอยู่จริงในโครงสร้างอำนาจการเมืองปัจจุบัน
มันฯ มือเสือ