ในที่สุด นายกฯ อนุทิน สั่งทบทวนหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ ‘บัตรคนจน’ รอบใหม่
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลให้เหตุผลว่า การที่ต้องวางหลักเกณฑ์ใหม่ เข้มงวดกว่าเดิม ก็เพื่อคัดกรองเป็นคนจน คนยากไร้ จริงหรือไม่
รวมถึงเร่งสำรวจยังมีผู้ตกหล่น มากน้อยแค่ไหน เพื่อนำเข้าสู่โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ
ส่วนผู้ที่ได้รับสิทธิ์แต่เดิม ซึ่งมีอยู่ราว 13.2 ล้านคน จะต้องลงทะเบียนยืนยันตัวตนใหม่ และจะประกาศผลในวันที่ 17 ก.ค.2569
มาตรการนี้โดยภาพรวมเหมือนจะฉลุย แต่ก็ตามมาด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์เชิงลบ
โดยเฉพาะหลักเกณฑ์ที่ว่า ผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร
ผู้นั้นจะไม่ได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ประเด็นนี้ถูกทักท้วงอย่างกว้างขวาง จนทำให้นายกฯ อนุทิน สั่งทบทวน หาทางผ่อนคลาย
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ระบุถึงการทบทวนว่า จะมีคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ไปพิจารณาทบทวนตามข้อสั่งการนายกฯ ว่าอาจจะไม่เป็นธรรมกับพ่อแม่ลูกที่ลูกไปใช้สิทธิ์ แล้วตัวเองต้องขาดสิทธิ์ตรงนี้
“จึงมอบหมายกระทรวงการคลัง นำเรื่องไปพิจารณาทบทวนสิทธิ์ เพราะเราได้คำนึงถึงเสียงของสังคม และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกคน” รองนายกฯ และรมว.คลังยืนยัน
ต้องติดต่อกันต่อไป ผลการพิจารณาจะเป็นอย่างไร
ขณะเดียวกัน ฝ่ายค้าน โดยศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ยื่นร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งศาลปกครอง สั่งระงับครม.นำเงินกู้ 1.88 หมื่นล้านบาท จากพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไปใช้ในโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ
โดยตั้งข้อสงสัย ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ เพราะเยียวยากลุ่มสวัสดิการเดิม ไม่ได้มีอะไรใหม่ จึงไม่เข้าข่ายที่ต้องเป็นวิกฤตพลังงาน นั่นคือเหตุผลฝ่ายค้าน
อีกทั้งนอกจากให้ทบทวนปมสิทธิ์ลดหย่อนภาษีแล้ว
ฝ่ายค้านยังเห็นด้วยว่า หลักเกณฑ์การมีรถยนต์ หรือหนี้สินต้องไม่เกิน 1 แสนบาท ก็ควรทบทวนเช่นกัน
เพราะวันนี้ไม่ว่าเกษตรกร หรือประชาชนส่วนใหญ่ ก็มีหนี้เกิน 1 แสนบาทเป็นส่วนใหญ่
เป็นข้อท้วงติงที่รัฐบาลต้องรับฟังและทบทวน หลักเกณฑ์แบบนี้ แข็งเกินไปหรือไม่
ข้าวตอกแตก