ผลสำรวจล่าสุดของนิด้าโพล หัวข้อ “โค้งแรกสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.” ชัดว่า การแข่งขันยังห่างไกลจากคำว่าสูสี
ร้อยละ 67.30 ของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ไม่ใช่แค่อันดับ 1 แต่ยังทิ้งห่างคู่แข่งไม่เห็นฝุ่น
อันดับถัดไปอย่าง ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ได้ร้อยละ 8.20 ต่างกันกว่า 8 เท่าตัว
เมื่อแยกรายพื้นที่ทั้ง 6 กลุ่มเขตกรุงเทพฯ ชัชชาตินำโด่งทุกเขต สูงสุดร้อยละ 70.56 ต่ำสุด 62.99
ไม่ว่ามองจากภาพรวมหรือภาพย่อย ฐานคะแนนชัชชาติยังแข็งโป๊ก
ส่วนกลุ่ม “ยังไม่แน่ใจ” ร้อยละ 10.20 ต่อให้ไม่เลือกชัชชาติแม้แต่คนเดียว แล้วเทคะแนนให้คู่แข่งคนอื่นทั้งหมด ผลต่างก็ยังห่างเกินกว่าจะพลิกผลได้
อย่างไรก็ตาม ในทางการเมืองผลสำรวจโพลเป็นแค่ภาพสะท้อนสถานการณ์ในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น
ข้อสังเกตคือ นิด้าโพลเก็บข้อมูลระหว่าง 2-4 มิ.ย. ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นที่ประเด็น “ระบบอากง” เพิ่งถูกหยิบขึ้นมาโจมตีอดีตผู้บริหาร กทม.อย่างจริงจัง
ประชาชนเพิ่งได้ยินคำนี้เป็นครั้งแรก หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่า “ระบบอากง” คืออะไร ใครคือ “อากง”
ข้อกล่าวหาที่พุ่งไปยัง “คนรอบข้าง” ชัชชาติ มีข้อเท็จจริงรองรับมากน้อยแค่ไหน
ดังนั้น ผลสำรวจโค้งแรกนี้ จึงยังไม่สะท้อนผลสะเทือนจากวาทกรรมนี้อย่างเต็มที่
ความสำคัญจึงอยู่ที่จากนี้ไปเมื่อประเด็น “ระบบอากง” ถูกพูดซ้ำ ถูกขยายความ ถูกใช้เป็นอาวุธทางการเมืองต่อเนื่อง
ประชาชนคนกรุงเทพฯ จะรับฟัง และเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน
ฝ่ายที่หยิบประเด็นนี้ขึ้นมาจะสามารถเปลี่ยนข้อกล่าวหาให้กลายเป็นคะแนนเสียงได้หรือไม่
หรือสุดท้ายประชาชนจะมองว่าเป็นแค่ “เกมการเมือง” ช่วงเลือกตั้ง
ก็ต้องรอคำตอบจากโพลรอบต่อไป เชื่อว่ายิ่งเข้าใกล้ “โค้งสุดท้าย” ความชัดเจนก็จะยิ่งปรากฏ
แต่ไม่ว่ากระแส “ระบบอากง” จะส่งผลมากน้อยเพียงใด จะ “แป้ก” หรือจะ “เปรี้ยง”
คำตอบสุดท้ายไม่ได้อยู่ในผลโพลสำนักใด
หากอยู่ในคูหาเลือกตั้ง 28 มิ.ย. 2569
วันที่คนกรุงจะตัดสินด้วยตัวเองว่าพร้อม “ซื้อ” วาทกรรม “ระบบอากง” นี้หรือไม่
มันฯ มือเสือ