การแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับมาเป็นประเด็น หลังพรรคเพื่อไทยมีมติปรับรายละเอียดร่างแก้ไข โดยเฉพาะสูตรที่มาส.ส.ร. เพื่อเพิ่มโอกาสให้ร่างผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา

ไม่สะดุดหัวทิ่มตั้งแต่วาระแรก

พรรคเพื่อไทยพยายามหาจุดสมดุลระหว่างหลักการประชาธิปไตยกับความเป็นจริงทางการเมือง

เพราะเมื่อพรรคภูมิใจไทยถอนชื่อสนับสนุนร่างเดิม ย่อมเป็นสัญญาณว่าการผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำลังเข้าสู่ทางตัน

การปรับสูตรที่มาส.ส.ร.จึงช่วยลดแรงต้าน โดยคงหลักการสำคัญว่า ผู้ร่างรัฐธรรมนูญต้องยึดโยงกับประชาชนให้มากที่สุด ไม่ใช่ถูกกำหนดโดยกลุ่มอำนาจทางการเมืองไม่กี่ฝ่าย

เนื่องจากอุปสรรคใหญ่ไม่ได้อยู่ที่รายละเอียดของร่างอย่างเดียว แต่อยู่ตรงท่าทีผู้มีอำนาจชี้ในสภาโดยเฉพาะสว.และพรรคการเมืองที่มีอิทธิพลต่อการลงมติ

เจตนาบางอย่างเผยพิรุธให้เห็นจากการอ้างคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเหตุผลในการสั่งสส.ถอนชื่อสนับสนุนร่างเดิมของพรรคเพื่อไทย

ทั้งที่หลักการไม่ได้แตกต่างไปจากที่ภูมิใจไทยเคยสนับสนุนเมื่อเดือนต.ค.2568

แล้วทำไมวันนี้จึงเป็นปัญหาถึงขั้นต้องถอนชื่อ

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ฝ่ายค้านเล็งเห็นว่าการต่อสู้เพื่อให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ใช่แค่การถกเถียงเรื่องเนื้อหา แต่เป็นการต่อรองทางอำนาจเกี่ยวกับกติกาที่จะกำหนดอนาคตการเมืองไทย

ข้อสังเกตของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ จากพรรคประชาชนจึงสะท้อนความกังวลไว้ 2 ทาง

ทางแรกคือ การทำให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สะดุดและล้มเหลว เพื่อให้ประเทศ “ติดล็อก” จมอยู่กับรัฐธรรมนูญปี 60 ต่อไป

ทางที่สองคือ ปล่อยให้การยกร่างใหม่เดินหน้า แต่กำหนดเงื่อนไข “ผูกขาด” วิธีคัดเลือกส.ส.ร.ไว้กับกลุ่มของตัวเอง

หากเป็นอย่างหลังปัญหาที่จะตามมาคือ “ความชอบธรรม” ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ที่ต่อให้ผ่านกระบวนการทางกฎหมาย แต่ถ้าประชาชนรู้สึกว่าไม่ได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

ก็ต้องระวังความขัดแย้งอาจปะทุขึ้นอีกครั้ง

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน