กรณีแช็ตหลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” เป็นอีกประเด็นการเมืองที่สังคมค้างคาใจ
ล่าสุดนายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ทวงถามความคืบหน้าจากรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย หลังจากแช็ตดังกล่าวเป็นข่าวเผยแพร่สู่สาธารณะตั้งแต่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา
แต่สังคมยังไม่เห็นว่าได้ดำเนินการตรวจสอบไปถึงขั้นตอนไหน
สาระข้อเรียกร้องของนายพริษฐ์ไม่ได้อยู่ที่ว่าแช็ตเป็นของจริงหรือปลอม แต่อยู่ที่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งควรเป็นไปอย่างรวดเร็วและโปร่งใส
โดยเฉพาะเมื่อผู้ถูกพาดพิงเป็นถึงอธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อระบบราชการส่วนภูมิภาค
ฝ่ายหนึ่งมองว่า ถ้าเนื้อหาในแช็ตเป็นความจริงย่อมสะท้อนถึงพฤติการณ์การใช้อำนาจรัฐหรือกลไกราชการ เข้าไปก้าวก่ายการเลือกตั้ง ซึ่งสังคมไม่อาจยอมรับได้
ขณะที่อีกฝ่ายอ้างว่า แช็ตดังกล่าวอาจถูกสร้างขึ้นหรือดัดแปลงข้อมูล เนื่องจากมีข้อสังเกตหลายอย่างเกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนของรายละเอียดในข้อความ
นั่นหมายความว่า วันนี้ข้อเท็จจริงยังไม่ได้รับการพิสูจน์ และยิ่งมีข้อโต้แย้งจากทั้งสองฝ่ายมากเท่าใด ความจำเป็นในการใช้กระบวนการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์และการสอบสวนที่เป็นอิสระก็ยิ่งสำคัญ
แต่กลับปรากฏว่าจนถึงตอนนี้ยังไม่มีการพิสูจน์ใดๆ ที่จะไขข้อสงสัยให้สังคม ทั้งที่เรื่องนี้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางและมีผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชน
ยิ่งรัฐบาลอนุทินประกาศแนวคิดการบริหารงานแบบ “สั่งวันนี้ เสร็จเมื่อวาน” ความล่าช้าที่เกิดขึ้นย่อมเป็นคำถามที่ยากจะหลีกเลี่ยง
ไม่ว่าในฐานะนายกรัฐมนตรี รมว.มหาดไทย หรือหัวหน้าพรรคสีน้ำเงิน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล จำเป็นต้องตอบคำถามต่อสังคมให้ได้ชัดเจน มากกว่าแค่คำว่า “เป็นไปตามขั้นตอน”
เพราะนี่ไม่ใช่ข้อพิพาททางการเมืองทั่วไป แต่เป็นเรื่องอื้อฉาวระดับประเทศเกี่ยวข้องกับการแทรกแซงการเลือกตั้งและความเป็นกลางของระบบราชการ
ซึ่งทุกฝ่ายต่างรอคอยคำตอบที่ชัดเจนและตรวจสอบได้
มันฯ มือเสือ