ฝ่ายค้านยังไม่เคาะวันยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ เท้ง-ณัฐพงษ์ ผู้นำฝ่ายค้านยืนยันชัดเจนว่า ยื่นแน่ รอแค่ช่วงเวลาเหมาะสม
จังหวะเป็นไปได้คือหลังเปิดประชุมสภาสมัยสามัญครั้งที่สอง ตั้งแต่ 25 ส.ค.นี้ เป็นต้นไป
ที่สภาพแวดล้อมทางการเมืองเอื้ออำนวยในการสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลได้มากที่สุด
กลยุทธ์ซักฟอกครั้งนี้ของฝ่ายค้าน คือพยายามเชื่อมโยงปัญหาหลายเรื่องให้เป็นภาพเดียว
โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งนายกฯ อนุทิน นั่งควบเก้าอี้ มท.1 อยู่
ไม่ว่าจะปัญหาความไม่โปร่งใส และการใช้อำนาจรัฐ คดีโกงสอบท้องถิ่น กรณี “ช่วยน้ำเงินด้วย” ปัญหางานทะเบียนราษฎร ตลอดจนข้อครหาการใช้อำนาจในระบบราชการ มาเรียงร้อยต่อกัน
“ทุกอย่างรายล้อมปัญหาในกระทรวงมหาดไทย นี่คือความเปราะบางที่สุดของรัฐบาล” เท้ง-ณัฐพงษ์ ระบุ
อีกหมัดเด็ดคือคดีฮั้วเลือก สว. ซึ่งมาถึงช่วงเข้าด้ายเข้าเข็มเดือนส.ค. ที่คาดว่า กกต.จะมีมติว่าจะสั่งฟ้องคดีต่อศาลหรือไม่
ถ้าไม่ จะยิ่งตอกย้ำข้อครหา รัฐบาล-สว. และกกต. กำลัง “ผลัดกันเกาหลัง” มากกว่าการตรวจสอบอย่างอิสระโปร่งใส
ยังมีประเด็นพ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้านและข้อกล่าวหาการทุจริตในหลายหน่วยงาน ที่ฝ่ายค้านเตรียมเชื่อมโยงให้เห็นว่าเป็นปัญหาใหญ่ของรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สังคมจับตาไม่ได้อยู่ที่ลีลาฝ่ายค้านจะอภิปรายได้ดุเดือดแค่ไหน แต่อยู่ที่มีหลักฐานหนักแน่นพอจะทำให้รัฐบาลสั่นสะเทือนถึงขั้นล้มครืนหรือไม่
ในทางตัวเลข รัฐบาลยังถือครองเสียงข้างมาก การล้มรัฐบาลด้วยมติไม่ไว้วางใจจึงไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่ในทางการเมือง หากฝ่ายค้านเปิดข้อมูลใหม่ที่โยงถึงผู้มีอำนาจระดับสูง หรือทำให้เกิดแรงกดดันจากสังคมและพรรคร่วมรัฐบาล ก็อาจเปลี่ยนสมการได้ทันที
ศึกซักฟอกครั้งนี้จึงเป็นบททดสอบ รัฐบาลอนุทินจะแก้ข้อครหาที่ล้อมรอบได้มากน้อยเพียงใด
หากทุกคำตอบไม่สามารถคลายข้อสงสัยของสังคมได้ ต่อให้รัฐบาลชนะคะแนนเสียงในสภา
แต่ก็อาจแพ้คะแนนความเชื่อมั่นจากประชาชน
มันฯ มือเสือ