เกมการเมืองเคลื่อนเข้าสู่โหมดซีเรียสจริงจัง เมื่อพรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติเดินหน้ายื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151
เป็นการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ!
งานนี้ไม่ได้มาเล่นๆ ล็อกเป้า 2 คนแรกไว้แล้ว คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กับ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
พร้อมมอบหมาย สส.รังสิมันต์ โรม เป็นหัวเรือหลักประสานพรรคร่วมฝ่ายค้าน รวบรวมรายชื่อและจัดทำญัตติ คาดว่าใช้เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็พร้อมยื่น
นั่นแปลว่าหลังจากนี้รัฐบาลต้องเตรียมตัวรับแรงปะทะทางการเมืองครั้งใหญ่!
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าจำนวนรัฐมนตรีที่จะถูกลากขึ้นเขียงคือ “เนื้อหา” ที่ฝ่ายค้านจะนำมาผ่าชำแหละกลางสภา
โดยเฉพาะ 2 ปมร้อนอย่างคดีฮั้วสว. และโกงสอบท้องถิ่น
ซึ่งฝ่ายค้านส่งสัญญาณเตือนรัฐบาลล่วงหน้าว่า หากนายกฯ อนุทินประกาศพร้อมตอบทุกคำถาม ก็อย่าใช้เทคนิคทางสภา หรือช่องทางใดๆ สกัดไม่ให้ฝ่ายค้านอภิปรายประเด็นเหล่านี้
พูดกันตรงๆ เวทีซักฟอกจะมีความหมายก็ต่อเมื่อฝ่ายค้านสามารถพูดในเรื่องที่ประชาชนอยากรู้ และรัฐบาลมีหน้าที่ตอบด้วยข้อเท็จจริง
ไม่ใช่หลบด้วยเกมระเบียบ ข้อบังคับ หรือการตีความจนสาระสำคัญหายไปจากเวที
แน่นอนในเชิงตัวเลข ฝ่ายค้านยังต้องเจอกำแพงเสียงข้างมากของรัฐบาล โอกาสที่ญัตติจะบรรลุเป้าหมายทำให้รัฐบาลพ้นตำแหน่งในทันทีจึงเป็นเรื่องยาก
แต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ได้มีค่าแค่ผลแพ้ชนะในห้องประชุม
เพราะคะแนนเสียงอาจตัดสินกันในสภา แต่คะแนนความศรัทธาตัดสินกันในใจประชาชน!
รอบนี้ฝ่ายค้านจึงต้องทำการบ้านให้หนัก หลักฐานต้องแน่น ข้อมูลต้องชัด ประเด็นต้องตรง ไม่ใช่แค่พูดให้สะใจตัวเอง แต่ต้องทำให้คนดูอยู่หน้าจอเข้าใจและเห็นภาพชัดว่า
รัฐบาลผิดพลาดตรงไหน ใครต้องรับผิดชอบ และความเสียหายตกอยู่กับประเทศและประชาชนอย่างไร!?
ฝ่ายรัฐบาลก็อย่าประเมินศึกนี้ต่ำเกิน เพราะต่อให้ชนะโหวต แต่หากแพ้ในสายตาประชาชนก็ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลชนะจริง
เพราะการยื่นญัตติซักฟอกของฝ่ายค้านครั้งนี้อาจไม่ใช่เกมล้มรัฐบาลในสภาอย่างเดียว
แต่เป็นการสะสมแต้มการเมือง และสร้างคำตอบในใจให้ประชาชน ก่อนถึงวาระการเลือกตั้งใหญ่ครั้งต่อไป
หากฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างมีคุณภาพ เปิดความจริงด้วยหลักฐาน ทำให้ประชาชนเห็นพ้องว่าประเทศควรมีพรรคการเมืองอื่นขึ้นมาเป็นแกนนำรัฐบาล
วันนั้นการ “ล้มรัฐบาลสีน้ำเงิน” ก็ไม่จำเป็นต้องเกิดจากเสียงในสภา แต่เกิดจากเสียงของประชาชนในคูหาเลือกตั้ง
เพราะอำนาจที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่รัฐบาลหรือนายกฯ แต่อยู่ในมือประชาชน!
มันฯ มือเสือ