เป็นประเด็นที่น่าถกเถียงอย่างยิ่ง เมื่อมือกฎหมายระดับอดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ออกมาพูดถึงรัฐธรรมนูญปี 2560

ที่ฮือฮาที่สุดก็คือการพูดถึงอดีตประธาน กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ 2560 อ้างอิงว่ายอมรับว่าผิดพลาดมากที่สุดในเรื่องที่มาของสว.

แม้ต่อมาไม่ว่าจะเป็นคนสนิท หรือตัวนายมีชัย ฤชุพันธุ์ จะออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้ผิดหวัง และไม่เคยไปบอกกล่าวเล่ากับใคร

เรื่องผิดหวังไม่ผิดหวังก็คือเป็นเรื่องหนึ่งที่เข้าทำนองเขาเล่าว่า จริงหรือไม่อย่างไรก็คงต้องฟังหูไว้หู

แต่สิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดก็คือสว.ชุดนี้ ที่ผ่านกระบวนการเลือก ที่ออกแบบโดยกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ 2560 มีผลสัมฤทธิ์เพียงใด

ที่อ้างว่าจะให้เป็นตัวแทนของคนทุกกลุ่มของสังคมนั้นจริงหรือไม่ อย่างไร

เพราะหากเป็นตัวแทนของกลุ่มต่างๆ จริง ทำไมกกต.ถึงต้องเอาผิดผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติ-สมัครผิดกลุ่ม รวมกันถึง 1,767 คน

หรือกระทั่งที่มา ที่แฉกันไม่จบไม่สิ้นว่าเหนือเกินกว่าการฮั้ว หรือก็คือการโกง สังคมสงสัยกันทั้งบ้านทั้งเมือง

ยังไม่นับผลการปฏิบัติหน้าที่ ที่น่าคลางแคลงใจว่าปฏิบัติโดยสุจริต หรือกระทำตามใบสั่งของใครหรือไม่อย่างไร

ก็คงต้องวัดใจกกต.ในฐานะผู้ชี้ขาดว่า สว.ที่มาจากรัฐธรรมนูญ 60 บริสุทธิ์ผุดผ่อง หรือมีเหตุอันควรสงสัยจนต้องไปจบที่ศาลฎีกา

อย่างไรก็ตามในการบรรยายท่อนหนึ่งของนายนครินทร์ที่ระบุว่า ‘ทุกคนล้วนเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา’ นั้น น่านำมาคิดต่อว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่อย่างไร

หากพูดถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ก็อาจจะพูดกว้างๆ ได้ว่าทุกคนย่อมต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ

แต่ก็ยังเกิดคำถามขึ้นได้ว่า ระหว่างประชาชนธรรมดา ไม่ว่าจะคนในเมือง คนชายขอบ ก็ผิดเท่าๆ กับคนมีอำนาจชี้ขาดทางกฎหมาย หรือจริงๆ แล้วมีหน้าที่ปกปักรักษาหลักนิติธรรม นิติรัฐ

อย่างนั้นก็ดูง่ายไป กล่าวโทษสังคมโดยปราศจากความรับผิดชอบไปหน่อย

เพราะในฐานะผู้ที่มีอำนาจชี้ขาดใดๆ เป็น 1 ในอำนาจนำการปกครองประเทศ นอกจากรักษากติกาบ้านเมือง ก็ต้องยึดมั่นในจุดยืนให้มั่นคง

ดังที่พูดว่าไม่รู้จะอธิบายต่างชาติอย่างไร ในการพ้นจากตำแหน่งของนายกฯ หรือกระทั่งการยุบพรรค จนต้องบอกว่าเป็นกฎหมายกำหนด

ก็ถ้าหากอธิบายไม่ได้แต่ก็ยังดำเนินการตามนั้น ก็ย้อนแย้งกับหลักนิติธรรมประจำใจ การที่บอกว่าต้องรับผิดชอบเท่าๆ กันทุกคนจึงไม่น่ายุติธรรมเท่าใดนัก

เป็นบทเรียนว่าการที่จะประเมินใครว่าน่าเคารพน่าเชื่อถือ ก็ต้องดูวัตรปฏิบัติทั้งในยามมีอำนาจ และยามที่หมดอำนาจ

หากสิ่งที่กระทำผกผันไปตามหัวโขน ก็ยากที่จะเคารพได้อย่างสนิทใจ

หากสมัยนี้ ถ้าพูดกันง่ายๆ ก็ตีเก๊ไปได้เลยจริงๆ!!

รุก กลางกระดาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน