การแจ้งเตือนภัยจากบริษัทแอปเปิ้ล ว่าโทรศัพท์ไอโฟนของนักการเมืองฝ่ายค้าน ตกเป็นเป้าหมายโจมตีด้วยสปายแวร์ระดับสูง ตระกูล “เพกาซัส” กำลังเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองอีกครั้ง
โดยเฉพาะเมื่อ 2 แกนนำพรรคฝ่ายค้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คือผู้ได้รับแจ้งเตือนภัยทางไซเบอร์
เมื่อวันที่ 2 พ.ย. นายอภิสิทธิ์ระบุ ทางแอปเปิ้ลแจ้งเตือนว่า มีความพยายามโจมตีโทรศัพท์ด้วยสปายแวร์เพกาซัส ซึ่งมักเป็นเครื่องมือที่หน่วยงานรัฐใช้ แม้ยังโจมตีไม่สำเร็จ แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวัง
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกี่ยวข้องกับการซักฟอกรัฐบาลในเดือนธ.ค. หรือเชื่อมโยงกับการที่นายศิริโชค โสภา เปิดประเด็นตรวจสอบสามี สส.หญิงพรรคแกนนำรัฐบาล ที่อาจเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์และเว็บพนันหรือไม่
ถัดมาอีกวัน นายณัฐพงษ์ก็เปิดภาพข้อความแจ้งเตือนจากแอปเปิ้ล ในลักษณะเดียวกัน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความบังเอิญที่เกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์การเมืองกำลังร้อนแรง
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายรัฐบาลยังไม่ยืนยันว่ามีการใช้เพกาซัสในกรณีนี้ โดย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดีอี ระบุว่าแอปเปิ้ลส่งคำเตือนในหลายประเทศ พร้อมขอให้ผู้ได้รับแจ้งเตือนส่งข้อมูลมาตรวจสอบ
ขณะที่นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ย้ำว่ายังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ แต่จะนำเรื่องเข้าหารือกับหน่วยงานความมั่นคงและตำรวจไซเบอร์
เพกาซัส เป็นเครื่องมือจารกรรมไซเบอร์ที่พัฒนาโดยบริษัทของอิสราเอล สามารถเจาะโทรศัพท์ได้โดยไม่ต้องกดลิงก์หรือดาวน์โหลดไฟล์ เมื่อเข้าถึงเครื่อง สามารถอ่านข้อความ แช็ต อีเมล ดึงข้อมูลส่วนตัว ติดตามตำแหน่ง เปิดกล้องและไมโครโฟนจากระยะไกลได้ เสมือนมีคนถือโทรศัพท์ของเราอยู่ในมือ
ประเทศไทยเคยมีประวัติตรวจพบการใช้เทคโนโลยีนี้มาแล้วตั้งแต่ปี 57 และผลสอบสวนร่วมของไอลอว์ Digital Reach และ Citizen Lab ในปี 65 พบผู้ถูกโจมตีอย่างน้อย 35 คน
ส่วนใหญ่เป็นนักกิจกรรม นักวิชาการ นักการเมือง และภาคประชาสังคมที่เคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยช่วงปี 63-64
เรื่องนี้เคยถูกนำมาอภิปรายกลางสภาเมื่อปี 65 แต่คำชี้แจงของฝ่ายรัฐบาลขณะนั้นก็ยังทิ้งข้อสงสัยไว้ไม่น้อย โดยเฉพาะประเด็นว่าใครเป็นผู้จัดหา ใครเป็นผู้ใช้งาน และนำไปใช้กับใครบ้าง
วันนี้เมื่อเรื่องมาเกิดกับ 2 ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน รัฐบาลจึงไม่ใช่แค่ปฏิเสธแล้วปล่อยให้เรื่องเงียบ
แต่ควรเปิดทางให้มีการตรวจสอบอย่างเป็นอิสระ เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง และสร้างความมั่นใจแก่สังคม
เพราะการใช้เครื่องมือสอดแนมละเมิดสิทธิประชาชนและนักการเมือง ถือเป็นเรื่องใหญ่ ยอมรับไม่ได้
การตรวจสอบจึงต้องตรงไปตรงมา ไม่ใช่ปล่อยให้ข้อสงสัยค้างคา
ในวันที่รัฐบาลมีต้นทุนความเชื่อมั่นต่ำอยู่แล้ว เรื่องเช่นนี้ไม่ต่างจากการเติมฟืนเข้าเตาไฟทางการเมือง!
มันฯ มือเสือ