ทิ้งหมัดเข้ามุม
รุก กลางกระดาน
น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับถ้อยคำขออภัย ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. มีต่อผู้ต้องขังชาย สุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ พุทธะอิสระ แห่งวัดอ้อน้อย ที่ถูกคอมมานโดบุกจู่โจมจับกุมคามุ้งที่นอน
พร้อมยังว่ากล่าวตักเตือน กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าต่อไปต้องไม่มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก
เพราะถือเป็นครั้งแรกของรัฐบาลคสช.เลยทีเดียวที่กล่าวขอโทษต่อประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของ เจ้าหน้าที่รัฐ
หากมองในภาพรวมถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เป็นการเติบโตในฐานะผู้นำที่รับผิดชอบการกระทำของผู้ใต้บังคับบัญชา
แต่ก็มีประเด็นที่น่าสนใจจะพิจารณาต่อเนื่องจากเรื่องดังกล่าวอีกอย่างน้อย 2 ข้อ ที่พล.อ.ประยุทธ์จำเป็นจะต้องชี้แจงให้สังคมเข้าใจ
หรือหากไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวต่อสังคม ก็ถือว่าบอกกล่าวต่อนายสุวิทย์และเหล่าลูกศิษย์ลูกหาที่ยังเคารพศรัทธา
1.การกระทำของเจ้าหน้าที่ถือว่าเป็น การเกินกว่าเหตุจริงหรือไม่ สำหรับการบุกเข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายศาล ที่ถูกคดีอั้งยี่ ซ่องโจร ใช้ให้ปล้นทรัพย์ ทำร้ายร่างกายตำรวจสันติบาลที่อยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่
กับอีกข้อหาคือการปลอมแปลงพระปรมา ภิไธย ภปร. สก. โดยไม่ได้รับพระบรมราชา นุญาต
หากเกินกว่าเหตุ เจ้าหน้าที่ควรปฏิบัติตนอย่างไร ถึงจะเหมาะสม
และที่จริงแล้วพล.อ.ประยุทธ์ เองก็มีมาตรา 44 ที่มีอำนาจครอบจักรวาล ไม่จำเป็นต้องให้ใครตรวจสอบหรือโต้แย้ง
หากเห็นว่าไม่เหมาะสม ก็สามารถสั่งให้ปล่อยตัว หรือให้พ้นคดีที่ถูกกล่าวหาก็ทำได้
2.หากเทียบการกระทำของเจ้าหน้าที่ในกรณีนี้ ถ้าถือว่าเกินกว่าเหตุ แล้วที่ไปจับกุมคุมขังคนเห็นต่าง บางครั้งไม่มีแม้แต่หมายจับ
บางคนแค่ยืนเฉยๆ บางคนแค่พิมพ์ ว่า ‘จ้า’
แต่ก็มีคนไปข่มขู่คุกคามถึงบ้านพัก เล่นเอาครอบครัวอยู่ไม่เป็นสุข ต้องหวาดผวา
บางทีจับกุมเอาถุงคลุมหัวนั่งรถไปโผล่อีกที่ก็ค่ายทหาร
อย่างนี้ถือว่าถูกต้องแล้วหรือไม่!??
หากพิจารณาแล้วว่าไม่ใช่ ก็ถือว่าติดค้างคำขอโทษต่อประชาชน