ทิ้งหมัดเข้ามุม : คู่กรรม “คสช.-เทพเทือก”

“มันฯ มือเสือ”

งานเปิดตัวผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย หรือ รปช. กำลังเป็น กระแสทอล์ก ออฟ เดอะทาวน์ โดยเฉพาะฉากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ บีบน้ำตา

ประกาศ “ตระบัดสัตย์เพื่อชาติ”

ระหว่าง “เทพเทือก” กับ “คสช.” ใครหนุนใคร ใครไม่หนุนใคร สองฝ่ายยังพูดจากั๊กกันไปมา แต่ก็เชื่อว่าสุดท้ายคงหนีกันไม่พ้น ต้องไหลมารวมกันอยู่ดี

เพราะลำพังพรรคพลังประชารัฐ การ “ดูด” นักการเมืองกลุ่มต่างๆ ไม่ว่ากลุ่มชลบุรี นครปฐม โคราช วังน้ำยม บ้านริมน้ำ ฯลฯ เพื่อเตรียมเป็นฐานการเมืองรองรับ

แต่จากสภาพความเป็นจริง ต่อให้ นับรวมพรรคภูมิใจไทย หรือพรรคตัวประกอบทั้งหลายแหล่ อย่างพลังธรรมใหม่ ประชาชนปฏิรูป หรือพรรคอื่นๆ เข้าไปด้วย

คำนวณแล้วก็ยังไม่น่าจะได้ส.ส.ถึง 250 เสียง อันจะเป็นฐานมั่นคงให้กับผู้นำคสช.สืบทอดอำนาจระยะยาวได้อยู่ดี

ขณะที่โครงการไทยนิยม เอาใจประชาชนฐานราก ถึงจะใช้กำลังคนและกำลังงบมหาศาลอัดฉีดลงไปในทุกพื้นที่ แต่ก็ยังไม่ได้ผลตามเป้า


คนยังไม่ลืม “ประชานิยม” ยุค “ทักษิณ”

พรรคเพื่อไทยก็เหมือนกับ “นกฟีนิกซ์” ตายแล้วฟื้น มีชีวิตเป็นอมตะยิ่งทุบยิ่งโต ยิ่งโดนรังแก คนยิ่งสงสาร

ล่าสุดยังมีพรรคดาวรุ่ง อย่าง “อนาคตใหม่” ประกาศจะแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 มรดกบาปของคสช. ปลุกกระแสขานรับล้นหลาม

เมื่อเป็นเช่นนี้ คสช.จึงจำเป็นต้องอาศัยฐานมวลชน กปปส. ที่เคยคุยฟุ้ง ว่ามีอยู่หลายสิบล้าน มาเป็นกองหนุน เพิ่มเติม 

ส่วนที่นายสุเทพเปลืองตัวลงมาเล่นเองก็เพราะ “บิ๊กเนม” คนอื่นๆ ไม่มีใครเอาด้วย แกนนำกปปส.ส่วนใหญ่ยังอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ตามเดิม

สมัยเป็นแกนนำ กปปส. ก็ช่วยปูทางยึดอำนาจ ผ่านมา 4 ปีเปลี่ยนจาก กปปส.มาเป็นรปช. ก็ยังทำหน้าที่ปูทางสืบทอดอำนาจ

ฉะนั้น ใครว่า รปช. ไม่เกี่ยวกับคสช.

ก็ออกจะเชื่อยากอยู่สักหน่อย