ทิ้งหมัดเข้ามุม : การเมืองติดถ้ำ

“มันฯ มือเสือ”

เรื่องร้าย จบลงด้วยดี

คนไทยทั่วประเทศต่างใจหายใจคว่ำอยู่นานเกือบ 10 วัน กับชะตาชีวิตของเด็กนักฟุตบอลทีมหมูป่าและโค้ช 13 ชีวิต ที่เข้าไปติดอยู่ในถ้ำ

กระทั่งค่ำวันที่ 2 กรกฎาคม ทุกคนได้รับข่าวดีถ้วนทั่วกัน

“เจ้าหน้าที่พบทีมหมูป่าแล้ว”

สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด หมูป่าทุกคนถึงจะมีสภาพอ่อนเปลี้ยเพลียแรง เจ็บไข้ ไม่สบายอยู่บ้าง เนื่องจากต้องอดอาหาร อยู่ในถ้ำมืด ที่ทั้งหนาวเย็นและอับชื้นหลายวัน

แต่ร่างกายโดยรวมไม่น่าห่วง แข็งแรง ปลอดภัยดี

หลายคนสงสัยอะไรอยู่เบื้องหลังปาฏิหาริย์นี้

แน่นอน ส่วนหนึ่งคือการรวมพลัง ทุกฝ่าย ไม่ว่าเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน ทหาร ตำรวจ ทีมกู้ภัย ภาครัฐ ภาคเอกชน ฯลฯ

โดยเฉพาะหน่วยซีล พระเอกตัวจริง

เช่นเดียวกับผู้ว่าฯ เชียงราย นายณรงศักดิ์ โอสถธนากร ได้รับเสียงชื่นชม ว่าทำหน้าที่แม่ทัพใหญ่ปฏิบัติการช่วย 13 ชีวิตทีมหมูป่าได้อย่างยอดเยี่ยม

แต่ที่เห็นตรงกัน ส่วนสำคัญสุดของปาฏิหาริย์ถ้ำหลวง ก็คือ

ความอดทน และหัวจิตหัวใจอันเข้มแข็ง-แข็งแกร่งของเด็กทีมหมูป่าและโค้ชทั้ง 13 คน

การรอคอยอย่างมีความหวัง ด้วยมั่นใจว่าสักวันหนึ่ง อีกไม่นานจะต้องได้ออกไปเจอแสงสว่าง กลับสู่อ้อมอก พ่อแม่ญาติพี่น้องอันเป็นที่รักได้แน่นอน

ความอดทน เข้มแข็ง การรู้จักรอคอยอย่างมีความหวัง คือเคล็ดลับช่วยให้คนมีชีวิตรอดมานักต่อนัก

กับการเมืองไทยที่เหมือนเดินหลงติดอยู่ในถ้ำ ยังวนเวียนหาทางออกไม่เจอ มานานกว่า 4 ปี

ก็ขอให้ดูกลุ่มเด็กๆ ทีมหมูป่าเป็นตัวอย่าง

นอนนิ่งๆ ไม่เคลื่อนไหว เก็บออมพลังงาน ทำจิตใจให้สงบ ดื่มกินน้ำหยดจากผนังถ้ำ

อดทนและรอคอยอย่างมีความหวัง

อีกไม่นาน แสงแห่งประชาธิปไตยก็จะสาดส่องมาถึง

บทความก่อนหน้านี้ชกไม่มีมุม : พลังดูดพรรคคสช. ท้าทายคนเหนือ-อีสาน
บทความถัดไปข่าวข้นคนเข้ม : 13 ชีวิตถ้ำหลวง ถูก “ปลดล็อก” เรียบร้อย แต่ “การเมือง” ยังติดล็อกต่อไป