รุก กลางกระดาน
เดินหน้าดูดกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับกลุ่มสามมิตร ที่เดินสายพูดคุยกับนักการเมืองกลุ่มต่างๆ รวมเสียงข้างมากในสภาสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า
หวังเป็นผู้กำหนดชะตาว่าใครจะเป็นนายกฯ คนต่อไป
ส่วนจะสนับสนุนใครให้ได้ดำรงตำแหน่งก็คงดูกันไม่ยาก เพราะแม้ คสช.จะยังไม่ปลดล็อกไฟเขียวให้พรรค การเมืองทำกิจกรรม
กลุ่มก้อนนี้ก็ยังลุยพบปะทุกภาคส่วนได้อย่างไม่กระมิดกระเมี้ยน
ซึ่งก็ต้องเตือนกันให้ตระหนักว่า ก่อนหน้านี้ที่พยายามอ้างตัวเองเป็นคนกลางมาขจัดความขัดแย้ง
มาวันนี้กลับโดดลงสนามในฐานะคู่กรณี
ก็ต้องเตรียมใจรับให้ได้กับสถานการณ์ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
ส่วนปฏิบัติการดูดของสามมิตรนั้นก็ฮือฮาไม่น้อย ล่าสุดยังเดินสายคุยกับ แกนนำเสื้อแดง อ้างว่าเป็นการสร้างความปรองดอง!??
ซึ่งก็มีแกนนำหลายคนถูกดูดไปอยู่ในกลุ่มก้อนนั้นๆ
แต่ก็พอจะเข้าใจได้เมื่ออยู่ฝ่ายตรงข้ามกับอำนาจมันย่อมฝืดเคือง แถมยังถูกขู่เล่นงานด้วยคดีความต่างๆ
การเปลี่ยนใจเปลี่ยนฝ่ายจึงเป็นเรื่องเข้าใจได้ และต้องมองด้วยความเห็นอกเห็นใจ
อย่างไรก็ตาม การที่แกนนำเสื้อแดง หรือ นปช. ย้ายสังกัดไปอยู่ด้วย ก็ไม่ได้หมายความว่ามวลชนจะตามแห่แหนไปด้วยกันทั้งหมด
เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่หลังปี 2549 ที่คมช.รัฐประหาร มวลชนที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารรวมตัวกันขึ้น จนกระทั่งมาเป็นขบวนการคนเสื้อแดง
นปช.ที่เป็นองค์กรจัดตั้งยังเป็นแค่ 1 ในกลุ่มคนเสื้อแดงเท่านั้น
อีกทั้งตลอดเวลาที่ผ่านมา ทั้งเหตุการณ์ 99 ศพในการสลายการชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553
การจับกุมคุมขังในคดีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้หนังสติ๊กยิงเฮลิคอปเตอร์ การเผาศาลากลาง หรือกระทั่งการมีอาวุธไว้ในครอบครอง
แม้ส่วนใหญ่จะมีข้อกังขาในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ บางคนตายในคุก บางคนติดจนได้ออกมา ก็หมดสิ้นอนาคตใน ภายภาคหน้า
ความเจ็บช้ำของทั้งหมด มันเกินเลยจากคำว่าแกนนำไปแล้ว
พวกเขาเพียงรอโอกาสให้ได้ใช้สิทธิพิพากษาคนที่ทำพวกเขาบ้านแตกสาแหรกขาด รวมทั้งคนทรยศ
ซึ่งจะออกมาในรูปแบบผลการเลือกตั้งนั่นเอง