ทิ้งหมัดเข้ามุม : ต้านโกงกันประสาอะไร

“รุก กลางกระดาน”

ถึงขั้นครางฮือกันเลยทีเดียว สำหรับรายชื่อคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ที่คสช.สั่งยกเครื่องใหม่

เพราะพบว่าพี่ใหญ่คสช. อย่างพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ที่เดิมดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาประธานกรรมการ กลับไม่มีชื่อในกรรมการชุดใหม่

แต่ก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะระดับบิ๊กเนมที่มีชื่อเข้ามาแทน ก็เป็น พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี

ผู้ที่ได้ชื่อเพื่อนรัก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. คอยดูแลหลายๆ เรื่องให้

แถมเป็นรัฐมนตรีแมว 9 ชีวิต ที่แม้ทุกโผจะชี้ว่ามีโอกาสหลุดตำแหน่งสูงทุกครั้งที่ปรับครม.

แต่ก็ยังดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง 

แถมไปอยู่กระทรวงไหนก็มีเสียงลือลั่นด้านการทำงาน ขับขานให้ได้ยินอยู่เป็นนิจ

ถือว่าไว้ใจได้แน่นอน สำหรับการต่อต้านการทุจริต!??

อย่างไรก็ตามการปรับตัวบุคคลครั้งนี้ก็ยังเทียบไม่ได้สำหรับข้อสงสัยของผลงานของคณะกรรมการชุดนี้

ที่ปฏิบัติหน้าที่มาแล้วร่วม 4 ปี ตั้งแต่การแต่งตั้งครั้งแรกเมื่อ 15 ธ.ค.2557

มีผลงานอะไรให้เป็นที่ประจักษ์บ้าง!??


ไม่เพียงแค่นั้น ความคลางแคลงใจต่อสิ่งที่ไม่โปร่งใสกลับพุ่งสูงขึ้น และยังไม่มีการสืบเสาะให้กระจ่างชัด

เอาแค่เรื่องคนใกล้ตัวนายกฯ และหัวหน้าคสช. อย่างหลานชายแท้ๆ ลูกของ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ที่ไปตั้งบริษัทภายในค่ายทหารที่ จ.พิษณุโลก แล้วประมูลรับงานจากกองทัพภาคที่ 3

เข้าข่ายประโยชน์ขัดกันหรือไม่

หรือเรื่องก่อนหน้านี้อย่างการให้องค์การทหารผ่านศึก ไปขุดลอกคลอง แล้วมีการจ้างเหมาเช่าช่วง แถมงานบางส่วนไม่เสร็จ

กรณีโครงการ 9101 ตามรอยพ่อของกระทรวงเกษตรฯ ที่มีการซื้อปลาดุก หัวอาหาร พันธุ์ข้าวราคาผิดปกติ

สอบสวนทวนความกันไปถึงไหน

ไม่รวมเรื่องปมนาฬิกาหรู การจัดซื้ออาวุธ เรือดำน้ำ ที่มีข้อสงสัยท้วงติงกันมาตลอด

ซึ่งยังไม่มีคำตอบจากหน่วยงานที่รับผิดชอบสืบสวนสอบสวน

นี่คือหน้าที่ของกรรมการชุดนี้ใช่หรือไม่

เพราะหากไม่มีผลงาน เปลี่ยนตัวบุคคลอีกเป็นร้อยก็ไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้น

แถมยังมีแต่คำถามว่าต้านโกงกันประสาอะไร

คนเขาถึงสงสัยกันทั้งบ้านทั้งเมือง