ทิ้งหมัดเข้ามุม : โอกาสดีของบิ๊กป๊อก

“มันฯ มือเสือ”

ต้องติดตามความคืบหน้า

เรื่องที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยเข้ายื่นหนังสือต่อป.ป.ช. ให้ตรวจสอบประกาศกระทรวงมหาดไทย

กำหนดให้องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นรวมกลุ่มพื้นที่ในการจัดการขยะมูลฝอย 324 แห่ง

เพื่อนำไปสู่โครงการก่อสร้าง โรงไฟฟ้ากำจัดขยะ ซึ่งแต่ละแห่งมูลค่าราว 1,000 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งหมดกว่า 300,000 ล้าน

นายศรีสุวรรณอ้างว่า ประกาศมหาดไทยดังกล่าวทำให้มีเอกชน วิ่งเข้าหาผู้ว่าราชการจังหวัดจำนวนมาก โดยมีข่าวสะพัดว่า ในนั้นมีลูกชายรัฐมนตรีแกนนำคสช.รวมอยู่ด้วย

ได้นัดเข้าพบผู้ว่าฯภูเก็ตเมื่อวันที่ 3 พ.ค. พูดคุยเรื่องบริหารจัดการขยะ ใน จ.ภูเก็ต จนทำให้ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่


ขณะที่พรรคเพื่อไทยก็ติดตามเรื่องนี้และได้ข้อมูลตรงกัน ทั้งยังว่า หากบ้านเมืองอยู่ในภาวะปกติ เรื่องนี้ต้องถูกนำไปยื่นเปิดอภิปรายในสภาแน่นอน

ต่อมาพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยได้ออกมาปฏิเสธ ยืนยัน ที่เป็นข่าวนัดพบผู้ว่าฯภูเก็ต ไม่ใช่ลูกชายของตนเองแน่นอน ตระกูล “เผ่าจินดา” ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการหาผลประโยชน์พวกนี้

ทั้งยังบอกว่า หากพาดพิงทำให้ตนเอง เสียหาย ก็จะฟ้อง

ถึงกรณีโรงไฟฟ้ากำจัดขยะเป็นเพียงการตั้งข้อสังเกต หรือข้อพิรุธ โดยยังไม่ได้มีการกล่าวหาใครใดๆ ทั้งสิ้น

แต่เมื่อมีผู้ยื่นร้องต่อป.ป.ช. จึงถือเป็นโอกาสดีที่ป.ป.ช.จะรับเรื่องไว้ตรวจสอบให้เกิดความกระจ่าง

เพราะการตรวจสอบนอกจากเป็นผลดีต่อผู้ถูกพาดพิง จะได้ชี้แจงแสดงความบริสุทธิ์ผุดผ่อง นอกเหนือจากการให้สัมภาษณ์โต้ตอบผ่านสื่อและ ขู่ฟ้องร้องกันไปมา

ยังเป็นการคลี่คลายข้อสงสัยของสังคมอีกด้วย