คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
รุก กลางกระดาน
เรียบร้อยโรงเรียนจีนไปแล้ว สำหรับกรณีการทำสัญญาจัดซื้อเรือดำน้ำ จากจีน มูลค่า 13,500 ล้านบาท
เมื่อพล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ เสธ.ทร. นำคณะตัวแทนกองทัพเรือเดินทางไปจีน พร้อมลงนามกับบริษัทไชน่าชิปบิลดิ้ง แอนออฟชอร์ อินเตอร์ชั่นแนล ผู้แทนรัฐบาลจีนไปเมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา
เร็วกว่าที่ให้ข่าวว่าจะมีการลงนามในวันที่ 7 พ.ค. ถึง 2 วัน
แถมยังเป็นช่วงที่สังคมกำลังตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการใช้จ่ายงบประมาณประเทศ
และยังไม่มีการชี้แจงใดๆ มาจากรัฐบาล จะมีก็แต่การแถลงของกองทัพเรือ ที่ระบุถึงประสิทธิภาพของเรือดำน้ำว่าเหมาะสมเพียงใด
ตอบในเรื่องที่ไม่ได้ถาม
ที่สำคัญ เรื่องดังกล่าวยังอยู่ในการพิจารณาของสตง. ซึ่งแม้ไม่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องชะลอไป แต่เมื่อเป็น เรื่องใหญ่ อยู่ในความสนใจของประชาชนทั้งประเทศ
ก็ควรจะทำให้โปร่งใสเป็นที่ประจักษ์ ไม่ใช่ลุกลี้ลุกลน เหมือนที่เคยกล่าวหาคนอื่นในอดีต
อาทิ รอให้สตง.ที่ทำงานขึงขังไม่กลัวอิทธิพลหน้าไหนทั้งสิ้น ตามที่ นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ประกาศกร้าวไว้ สรุปผลให้เสร็จสิ้นเสียก่อน
จริงๆ แล้วหากย้อนไปพิจารณาโครงการนี้ก็เข้าทำนองลับ ลวง พราง มาโดยตลอด
ไม่ว่าจะเป็นการเข้าครม.แบบปิดเงียบ อนุมัติแบบเงียบๆ ให้ชี้แจงรัฐบาล ก็ปฏิเสธ พร้อมโยนให้กองทัพเรือชี้แจง เอาเอง
จนมาเซ็นสัญญา ก็ยังคงเงียบอีกจนได้
แต่ก็เอาเถอะ เมื่อมีการเซ็นสัญญาไปแล้วก็ต้องว่ากันไป และถือเป็นผลงาน รัฐบาลของคสช.
ซึ่งก็คาดหวังว่าการจัดซื้อจัดจ้างนี้จะโปร่งใสถูกต้องชอบธรรม
เพราะอย่าลืมว่าไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า
ใครที่ทำอะไรไม่ถูกต้องในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานปฏิบัติ หรือหน่วยงานตรวจสอบ
ย่อมมีโอกาสตกเป็นผู้ถูกตรวจสอบในอนาคตได้เช่นกัน