คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
มันฯ มือเสือ
มีคำตอบ 2 ข้อถึงวิธีลงหลังเสืออย่างไรไม่ให้ถูกเสือเก็บกดหัน มาขย้ำ
เสือในที่นี้หมายถึงนักการเมือง, พรรคการเมือง
ส่วนคนขี่เสือหมายถึงใคร สังคมรู้ๆ กันอยู่
วิธีแรก ให้คนขี่ทำตัวเป็นพวกเดียวกับเสือ
วิธีที่สอง อาศัยพรานสร้างกลไก กับดักจับเสือขังกรง ไม่ให้ออกมาเพ่นพ่านอาละวาดเอาคืนคนเคยขี่หลัง
ในห้วงสุดท้ายโรดแม็ป 1 ปีเศษ นักการเมืองและพรรคการเมืองทำใจไว้ได้เลยว่าต้องเจอกับแนวคิดการออก แบบกลไกกับดักสารพัดวิธีนับไม่ถ้วน
เพื่อเปลี่ยนเสือเป็นแมวให้ได้
จากสภาพการณ์ปัจจุบันเห็นได้ว่า คนขี่เสือตอนนี้กำลังดำเนินการทั้ง 2 วิธีที่ว่ามา
โดยมีข่าวสะพัดเป็นระยะถึงการสะสมทุนตั้งพรรคใหม่
ไม่ก็เป็นเสือสวมรอยหัวขบวนพรรคที่มีอยู่ หรือพรรคที่เตรียมตั้งขึ้นโดยอดีตสมาชิกแม่น้ำ 5 สาย เพื่อรองรับการลงหลังเสือโดยเฉพาะ เช่น พรรคประชาชนปฏิรูป เป็นต้น
ควบคู่กับการออกกฎหมายลูกจำกัดบทบาทพรรคอื่นๆ
ทำให้ระบบพรรคซึ่งเป็นกลไกสำคัญของการเมืองระบอบรัฐสภาและประชา ธิปไตยอ่อนปวกเปียก
ทั้งหลายทั้งปวงเพื่อสร้างสถานการณ์เปิดทางนำไปสู่การมี ?คนนอก? เป็นผู้นำสูงสุดอีกครั้ง สานต่อแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะยาว 20 ปี เท่ากับเวลารัฐบาลปกติ 5 สมัย
ยังไม่รวมความพยายามออกกฎหมายคุมสื่อ ไม่ให้เป็นกระบอกเสียงประชาชน ซึ่งเป็นเสียงที่คนขี่เสือเกรงกลัวที่สุด
อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 วิธีไม่มีทางสำเร็จได้หากพรรคการเมือง สื่อ และประชาชนยืนหยัดต่อต้าน ไม่เอาด้วย
เพื่อสอนสั่งให้รู้ว่าการแอบอ้างปฏิรูปหรือเปลี่ยนแปลงใดๆ ให้การเมืองออกห่างจากหลักการประชาธิปไตย
ไม่ง่ายเหมือนเปลี่ยนอ่างบัวในทำเนียบ
ที่จะจบลงด้วยคำแค่ 3 คำ
สวยดี แฮปปี้ และพอใจ