คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
มันฯ มือเสือ
เห็นอาการที่กกต.พยายามดิ้นรนเอาตัวรอดจากการถูกเซ็ตซีโร่
เชื่อว่าสังคมจำนวนหนึ่งมีความรู้สึก 2 อย่างปนกัน คือ
ทั้งเห็นใจ แล้วก็รู้สึกว่าสมควรโดน
น่าเห็นใจ โดยเฉพาะกกต.บางคนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ แต่ต้องตกงานโดยไม่ได้กระทำความผิดหรือบกพร่องต่อหน้าที่
แต่ขณะเดียวกันเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เลือกตั้ง 2 ก.พ.2557
ความรู้สึกว่าสมควรโดนก็เบียดแทรกเข้ามา
หากยังจำกันได้ ด้วยพิษภัยกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย ส่งผลให้เกิดม็อบนกหวีด สร้างวิกฤตการเมืองและความเสียหายให้ประเทศชาติครั้งใหญ่
กดดันจนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ขณะนั้น ตัดสินใจตามวิถีทางประชาธิปไตย หาทางออกให้ประเทศ
ด้วยการยุบสภาในเดือนธ.ค.2556 และประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่วันที่ 2 ก.พ.2557
ซึ่งบทบาทกกต.ในตอนนั้นซึ่งก็คือกกต.ชุดปัจจุบัน
นับตั้งแต่ยุบสภา จัดการเลือกตั้งล่วงหน้า 26 ม.ค.2557 จนถึงวันเลือกตั้งจริง
ได้สร้างความอึดอัดใจและน่าผิดหวังให้ประชาชนจำนวนมาก
ต่อการวางตัวไม่เป็นกลาง ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ มีเจตนาต้องการให้การเลือกตั้งไม่สำเร็จ เอื้อประโยชน์ต่อม็อบนกหวีดที่ชุมนุมชัตดาวน์ประเทศในตอนนั้น
กระทั่งศาลตัดสินให้การเลือกตั้งครั้งนั้นโมฆะในที่สุด
หลังรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 หลายคนเชื่อว่า 5 เสือกกต.น่าจะมีเสถียรภาพมั่นคงพอสมควร ในฐานะเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนให้เกิดรัฐบาลทหารชุดนี้
กกต.บางคนย่ามใจ ถึงขนาดประกาศ “ความเอียง” ของตนเองอย่างเปิดเผยต่อสาธารณชน
การเลือกตั้ง 2 ก.พ. 2557 ผ่านมาแล้วกว่า 3 ปี
ใครจะไปนึก กกต.ทั้ง 5 คน จะมีวันนี้กับเขาเหมือนกัน