คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
รุก กลางกระดาน
เป็นเรื่องที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง สำหรับกรณีที่ เสธ.พีท พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี นายทหารคนดังเมืองขอนแก่น เจ้าของงานแต่งงานหมาดๆ ที่สร้างเสียงฮือฮาให้คนทั้งประเทศ

แต่คราวนี้สลัดคราบเจ้าบ่าวสุดหล่อ นำกำลังทหาร-ตำรวจ บุกเข้าค้นบ้านพักนักศึกษากลุ่มดาวดิน ใกล้ม.ขอนแก่น เมื่อรุ่งเช้าวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา
โดยปราศจากหมายค้น ปราศจากการแจ้งข้อหา หรือการชี้แจงใดๆ ให้นักศึกษาที่อยู่ในบ้านพักทราบ ถึงเหตุผลอันสมควรแก่เหตุในการบุกเข้าค้นครั้งนี้
เมื่อถูกจี้ถามก็ไม่สามารถตอบได้ จนสุดท้ายก็ต้องยกกำลังกลับ แต่ก่อนกลับก็ยังเอาเอกสารของนักศึกษาไปด้วย
หากไม่ใช่แต่งเครื่องแบบมา ก็คงต้องสงสัยว่าเป็นกองกำลังติดอาวุธไม่ทราบสังกัด

ดีที่นักศึกษาที่อยู่ถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊ก ทำให้คนทั่วโลกได้ติดตามรับชม บันทึกเป็นหลักฐานไว้ทุกอย่าง
และกลายเป็นคำถามถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. ที่พร่ำบอกถึงเรื่องการเคารพกฎหมาย ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ว่าจริงๆ แล้วหัวหน้าคสช.ให้ความสำคัญกับสิ่งที่พูดมากน้อยเพียงใด?
อย่างไรก็ตาม เมื่อคำชี้แจงของพล.ท.วิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาค 2 และพ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกทบ. ก็ได้ข้อสรุปว่า เป็นการเข้าไปตรวจค้นตามคำสั่งคสช.ที่ 13/2559 ในนามกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย

ซึ่งสามารถทำได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ต้องมีหมายศาล หรือหมายค้นใดๆ
เท่ากับยอมรับว่าคสช.รับรู้ และรับทราบการปฏิบัติของทหารชุดเสธ.พีท และให้การสนับสนุนการปฏิบัติการทั้งหมด
ส่วนสาเหตุก็น่าจะเป็นการสืบเนื่องที่พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางไปปาฐกถาที่ม.ขอนแก่นในวันเดียวกัน
ที่กลัวจะมีคนต่อต้าน เหมือนที่นักศึกษาดาวดินไปชู 3 นิ้วต่อหน้าพล.อ.ประยุทธ์ เมื่อปี 2557

เท่ากับว่าหลังบริหารประเทศมา 3 ปี คสช.ก็ยังผวาการแสดงออกของประชาชน
ซึ่งน่าเป็นห่วงว่าการรื้อฟื้นครม.สัญจรของพล.อ.ประยุทธ์ จะเกิดพฤติกรรมซ้ำซากเช่นนี้อีก
แล้วถ้าประชาชนเดือดร้อน เขาจะไปร้องขอความเป็นธรรมจากใคร