คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม : ถ้าไม่มี ม.44

คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม

รุก กลางกระดาน

หายใจหายคอกันได้สะดวกมากขึ้น สำหรับทั้งผู้ประกอบการ เจ้าของกิจการ และแรงงานข้ามชาติ ผิดกฎหมาย ที่ยังไม่มีใบอนุญาตทำงานอย่างถูกต้อง

เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ขยายเวลา การบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ใน 4 มาตรา อีก 180 วัน

เท่ากับว่าจะเริ่มตั้งต้นบังคับใช้ในต้น ปีหน้า หรือในอีก 6 เดือน

ซึ่งในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ก็เป็นหน้าที่ของทั้งแรงงาน และเจ้าของกิจการ ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ไม่เช่นนั้นอาจต้องล้มละลาย เจ๊งกันระเนระนาดกับค่าปรับมหาโหด ที่เจ้าของกิจการต้องถูกปรับ 4-8 แสนบาท ต่อแรงงานผิดกฎหมาย 1 คน

ขณะที่แรงงานเองก็มีสิทธิ์ถูกปรับเป็นหลักแสน แถมยังอาจติดคุกได้ไม่เกิน 5 ปีอีกด้วย

แต่กระนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อการ จดทะเบียนแรงงานที่ถูกกฎหมายนั้นมี ขั้นตอนที่ซับซ้อน แถมมีค่าใช้จ่ายตามมาอีกจำนวนมาก


ทำให้ผู้ประกอบการต้องกุมขมับอีกรอบ ด้วยความเกรงกลัวว่าจะไม่มีแรงงานมาช่วยดำเนินกิจการ

เท่ากับว่ากฎหมายฉบับนี้ แทนที่จะสร้างความสงบเรียบร้อย ให้เกิดระบบระเบียบขึ้น กลับสร้างปัญหาและความปั่นป่วนขึ้นแทน

ซึ่งตัวพล.อ.ประยุทธ์ ก็ทราบดี ไม่เช่นนั้นคงไม่ใช้มาตรา 44 ชะลอมาตรการ ดังกล่าวออกไป

จึงกลายเป็นคำถามในเชิงการบริหารว่าการตัดสินใจออกกฎหมายดังกล่าว โดยใช้อำนาจรัฐบาลออกเป็นพ.ร.ก. ทั้งที่เป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับกับคนจำนวนมาก รวมทั้งสภาพเศรษฐกิจโดยรวม กลับไม่มีการสอบถามความเห็น หรือเปิดโอกาสให้สังคม ได้ถกเถียง และเตรียมตัวรับสภาพนั้น มีความเหมาะสมขนาดไหน

และเมื่อย้อนกลับไปในอดีต ก็มีกฎหมายหลายฉบับที่ออกมาแล้วต้องใช้ ม.44 ระงับยับยั้ง

ทั้งที่ ม.44 นี้จะยังใช้อยู่ได้ ก็จนกว่ามีรัฐบาลใหม่แล้วเท่านั้น

จึงเป็นเรื่องที่พล.อ.ประยุทธ์ต้องทบทวนสิ่งเหล่านี้ไว้เป็นบทเรียน เผื่อ วันข้างหน้าจับพลัดจับผลูมาเป็นนายกฯ อีกสมัย

ในวันที่ไม่มี ม.44 เป็นตัวช่วยอีกต่อไป

จะได้ปรับตัวรับสภาพได้ถูก