“รุก กลางกระดาน”
ได้บทสรุปเรียบร้อยแล้ว สำหรับคดีที่ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน นักกิจกรรมเพื่อสังคม ที่เพิ่งได้รับรางวัลนักต่อสู้สิทธิมนุษยชน กวางจู อันเป็นรางวัลที่ได้รับการยอมรับจากระดับโลก
สำหรับคดีที่ตกเป็นจำเลยในคดี 112 เนื่องจากแชร์บทความของบีบีซีไทย ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว
เมื่อไผ่ตัดสินใจสารภาพ ก่อนที่ศาลจะอ่านคำพิพากษาตัดสินจำคุก 5 ปี ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือ 2 ปี 6 เดือน โดยให้นับรวมจากช่วงเวลาที่ไผ่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกว่า 9 เดือน เนื่องจากศาลปฏิเสธคำร้องขอประกันตัว
เท่ากับว่าไผ่ยังต้องใช้เวลาอยู่ในเรือนจำอีก 21 เดือน หรืออีกเกือบ 2 ปี
ส่วนสาเหตุที่ไผ่ตัดสินใจรับสารภาพ นายกฤษฎางค์ นุตจรัส 1 ในทีมทนายความ ระบุว่า เป็นการตัดสินใจของไผ่เอง ซึ่งต้องเคารพสิทธิในการตัดสินใจ
โดยไผ่เห็นว่าคดีดังกล่าวเป็นตัวอย่างที่สามารถสะท้อนสังคม จึงเลือกต่อสู้อย่างเปิดเผยในศาล เพื่อให้สังคมรับรู้
แต่เมื่อศาลใช้อำนาจสั่งให้เป็นการพิจารณาเป็นคดีลับ จึงเห็นว่ากระบวน การพิจารณาคดี ไม่บรรลุให้สังคมได้ มองเห็นปัญหาได้
ที่น่าสนใจมากกว่านั้น คือถ้อยคำที่ นายกฤษฎางค์บอกกับไผ่ ในวันที่ตัดสินใจสารภาพ
“ผมเชื่อว่าคุณไม่มีวันชนะในการตัดสินคดีนี้อย่างแน่นอน ส่วนการตัดสินใจใดๆ ของคุณในวันนี้นอกจากเพื่อตัวเองแล้วคงต้องคิดเพื่อพ่อกับแม่ที่รักคุณสุดหัวใจด้วย สุดท้ายอย่าหวังว่าการต่อสู้เพื่อความถูกต้องและเป็นธรรมจะได้รับชัยชนะได้ในเร็ววัน แต่ที่สำคัญกว่าคือประสบการณ์ความเจ็บปวดที่คุณได้รับเพื่อความถูกต้องและเป็นธรรมทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา จะสอนให้คุณรู้คุณค่าของความถูกต้องเป็นธรรมที่คุณใฝ่ฝันหา”
บาดลึกเข้าไปในหัวใจของผู้รักความเป็นธรรม
หวังว่าจะไม่ทำให้ไฟในการต่อสู้มอดลง
ยังคงเป็น “ไผ่” ที่ยืนต้านลมต่อไป