“รุก กลางกระดาน”
ถูกจับตามองจากหลายฝ่าย สำหรับ การใช้ม.44 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. เรื่องการกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก
โดยมีเนื้อหลักใจความคือ ให้ยกเลิกการบังคับใช้กฎหมายผังเมืองใน 3 จังหวัดประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง
พร้อมมอบหมายหน้าที่ให้กับกรศ. หรือคณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกจัดทำนโยบายพัฒนาพื้นที่และใช้ประโยชน์ที่ดินแทน
จนเกิดความเป็นห่วงว่าจะเกิดความไม่ชอบธรรม เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนบางกลุ่ม และละเลยสิทธิพลเมือง และสิทธิชุมชนของคนในพื้นที่ไปหรือไม่
เนื่องจากเจตนารมณ์ของกฎหมายผังเมือง ที่เกิดขึ้นก็เพื่อดูแลการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินและ สิทธิอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องของประชาชน
และควบคุมอำนาจรัฐไม่ให้ใช้ตามอำเภอใจ
อาทิ การกำหนดโซนนิ่งของพื้นที่ว่าพื้นที่ไหนเป็นที่อยู่อาศัย พื้นที่ไหนเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม พื้นที่ไหนทำการเกษตร
พื้นที่ไหนเป็นพื้นที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ห้ามก่อสร้างโรงงานที่จะผลิตมลพิษ หรือมลภาวะให้กับชุมนุม
ทำให้โรงงานอุตสาหกรรม ไม่สามารถขยายอาณาจักรได้ตามใจชอบ เพราะมีกฎหมายนี้คุ้มครองอยู่
แต่เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ ใช้ม.44 ยกเลิกการบังคับใช้กฎหมายผังเมืองใน 3 จังหวัด เท่ากับความคุ้มครองเหล่านี้หมดไป
จากนี้โรงงานอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า ก็สามารถเกิดขึ้นในชุมชนที่อยู่อาศัยของประชาชนได้ทันที
แน่นอนว่าหากมองความคุ้มค่าในเรื่องการลงทุนด้านเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ก็มองเห็นตัวเลขมหาศาล
แต่คุณภาพชีวิตของประชาชนชาว ไทย ที่ต้องทนอยู่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า
ไม่นับทรัพยากรธรรมชาติอีกมากที่ต้องถูกทำลายไปจากการนี้
แถมการออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม หรือคัดค้านจากคนในชุมชนก็ถูกจำกัด ไม่ว่าจากอำนาจรัฐบาลทหาร หรือพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ
จึงกลายเป็นคำถามว่าการใช้ม.44 ครั้งนี้
มีใครคิดถึงความรู้สึกของประชาชนหรือไม่!??