“มันฯ มือเสือ”
ไม่ว่าคำสั่งคสช. ไม่ว่ามาตรา 44
เคยถูกมองเป็น“จุดแข็ง”ของรัฐบาลทหาร ในการเป็นเครื่องมือบริหารประเทศ และควบคุมสถานการณ์ความสงบเรียบร้อยภายในนับตั้งแต่หลังรัฐประหาร 2557 เป็นต้นมา
กระทั่งมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ รวมถึงการประกาศโรดแม็ป เลือกตั้ง
จาก “จุดแข็ง” ก็กลายเป็น “จุดอ่อน”
อย่างล่าสุดการใช้มาตรา 44 ยกเลิกกฎหมายผังเมืองในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง
จนเกิดเสียงวิจารณ์อื้ออึงว่ารัฐบาลต้องการเร่งสร้างผลงาน โดยไม่คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งยังเป็นการเอื้อประโยชน์ด้านทรัพยากรให้กับกลุ่มนายทุน
ในทางการเมือง ต่อเสียงเรียกร้องให้“ปลดล็อก”คำสั่งคสช. ห้ามพรรค การเมืองเคลื่อนไหวทำกิจกรรม
เนื่องจากกฎหมายลูกพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้แล้ว เนื้อหาบางส่วนยังกำหนดเงื่อนไขเวลาบางเรื่องให้พรรคต้องปฏิบัติ ไม่เช่นนั้นต้องถูกยุบหรือถูกตัดสิทธิลงเลือกตั้ง
ดังนั้น จึงควรยกเลิกคำสั่งคสช.เสีย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากฎหมายซ้อนกฎหมาย อำนาจซ้อนอำนาจ
แต่ดูเหมือนคสช.และรัฐบาลจะ ไม่ตอบสนอง มีความพยายามขยายเวลาปลดล็อก อ้างว่าเรื่องด่วนของรัฐบาลตอนนี้ คือเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย น้ำท่วม
ส่วนเรื่องปลดล็อกการเมือง ไว้พิจารณาทีหลัง ซึ่งไม่รู้เมื่อไหร่
ในอีกแง่หนึ่ง มีคนเสนอว่าถ้ารัฐบาลคสช.จะถือโอกาสปลดล็อกตอนนี้ก็น่าจะเป็นการดี
เพราะอย่างน้อยจะได้มีนักการเมืองเข้าไปดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง ซึ่งเป็นงานถนัดของพวกเขาอยู่แล้ว เพื่อตุนคะแนนเสียงไว้รอการเลือกตั้ง
และที่สำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้กฎหมายพิเศษถูกวิจารณ์
เป็น“ตัวถ่วง”การแก้ปัญหาของประเทศเสียเอง